“รถฉุกเฉินมีสิทธิเหนือรถคันอื่น แต่ไม่มีสิทธิเหนือความปลอดภัย” นี่คือประโยคที่นักขับรถกู้ชีพทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจ เพราะแม้กฎหมายจะมอบสิทธิพิเศษให้ในวินาทีเร่งด่วน แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา “ข้อหาประมาท” ก็พร้อมจะมาหาคุณได้ทุกเมื่อ
วันนี้ Training Zenter จะกางข้อกฎหมายอัปเดตปี 2026 และวิธีปฏิบัติเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณช่วยชีวิตคนอื่นได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องติดคุกครับ
เมื่อคุณเปิดไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไซเรน มาตรา 75 ระบุว่าผู้ขับขี่รถฉุกเฉินมีสิทธิดังนี้:
หยุดรถหรือจอดรถ: ในที่ห้ามจอดได้
ขับรถเกินอัตราความเร็ว: ที่กำหนดไว้ได้
ขับรถผ่านสัญญาณจราจร: (ฝ่าไฟแดง) หรือเครื่องหมายจราจรใดๆ แต่ต้องลดความเร็วให้เหมาะสม
ไม่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. นี้: ในเรื่องการเลี้ยว หรือการขับรถในทางเฉพาะ
⚠️ เงื่อนไขสำคัญ: คุณจะใช้สิทธิเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อ “ปฏิบัติหน้าที่” และ “ต้องใช้ความระมัดระวังตามควรแก่กรณี” เท่านั้น หากขับฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วสูงโดยไม่ชะลอจนเกิดอุบัติเหตุ ศาลมักตัดสินว่าคุณ “ประมาท”
เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเต็มที่ เมื่อเกิดเหตุต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณทำตามขั้นตอนดังนี้:
ใช้สัญญาณให้ครบ: ต้องเปิดทั้งไฟวับวาบและเสียงไซเรนคู่กันเสมอ (การเปิดแค่ไฟอย่างเดียวอาจทำให้รถคันอื่นไม่ได้รับสิทธิหลบทางตามกฎหมายมาตรา 76)
ชะลอเมื่อผ่านทางแยก: แม้จะได้สิทธิฝ่าไฟแดง แต่ต้อง “ชะลอจนแน่ใจว่ารถคันอื่นหยุดให้แล้ว” จึงค่อยเคลื่อนที่ผ่านไป
เว้นระยะห่าง: ห้ามขับจี้ท้ายรถคันหน้าเพื่อกดดัน เพราะหากเกิดการชนท้าย รถฉุกเฉินจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบทางรูปคดีทันที
การผ่านการอบรมหลักสูตรขับรถฉุกเฉิน (EVOC) ไม่ใช่แค่การได้ทักษะ แต่คือ “เกราะป้องกันตัว” ชั้นดี:
หลักฐานในชั้นศาล: หากเกิดอุบัติเหตุ ใบเซอร์ฯ EVOC จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ขับขี่เป็น “ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนมาตรฐานสากล” ไม่ใช่คนทั่วไปที่มาขับรถกู้ชีพ
การคุ้มครองจากประกันภัย: บริษัทประกันมักให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและง่ายกว่า หากพนักงานขับรถมีใบอนุญาตและผ่านการอบรมเฉพาะทางถูกต้อง
สิทธิทางภาษีของหน่วยงาน: โรงพยาบาลหรือมูลนิธิสามารถนำค่าใช้จ่ายในการอบรมไปลดหย่อนภาษีได้ 200% ตามกฎหมายพัฒนาฝีมือแรงงาน
หากเลี่ยงไม่ได้และเกิดการเฉี่ยวชน TSM หรือผู้ขับขี่ต้องรีบจัดการดังนี้:
แจ้งศูนย์สั่งการ: เพื่อส่งรถคันใหม่มารับผู้ป่วยต่อทันที (ห้ามให้การรักษาหยุดชะงัก)
รวบรวมหลักฐาน: เก็บภาพจากกล้องหน้ารถ (Dashcam) ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการยืนยันว่าเราได้ “ใช้ความระมัดระวังตามควร” แล้ว
ตรวจสอบใบอนุญาต: ยืนยันว่าบัตร TSM หรือใบรับรอง EVOC ยังไม่หมดอายุ
กฎหมายให้สิทธิรถฉุกเฉินเพื่อ “ช่วยชีวิต” แต่ไม่ได้ให้สิทธิเพื่อ “ละเลยความปลอดภัย” การมีความรู้ด้านกฎหมายควบคู่กับทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสง่างามและปลอดภัยจากคดีความ