การบริหารจัดการความเสี่ยงจากโรคติดต่อและสภาพแวดล้อมตามแนวทาง DDC

การบริหารจัดการความเสี่ยงจากโรคติดต่อและสภาพแวดล้อมตามแนวทาง DDC

ในยุคปัจจุบัน “สุขภาพของพนักงาน” คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร การจัดการความเสี่ยงตามแนวทางกรมควบคุมโรค (DDC) ไม่ได้เป็นเพียงข้อปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดความสูญเสียจากภาวะพนักงานหยุดงาน (Absenteeism) และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ

1. การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk Assessment)

ขั้นตอนแรกตามแนวทาง DDC คือการระบุว่าพนักงานในแต่ละแผนกมีความเสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง:

  • พนักงานขับรถ/ขนส่ง: เสี่ยงต่อโรคจากการประกอบอาชีพ (ออฟฟิศซินโดรม, พักผ่อนน้อย) และโรคติดต่อจากการเดินทางข้ามพื้นที่

  • พนักงานในคลังสินค้า: เสี่ยงต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นฝุ่นละออง ความร้อน หรือสารเคมี

  • พนักงานออฟฟิศ: เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจในระบบปิด

2. มาตรการ “เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม” (The Triple-P Framework)

องค์กรควรจัดตั้งระบบที่ทำงานสอดประสานกัน 3 ส่วน ดังนี้:

A. การเฝ้าระวัง (Pre-action):

  • Screening: มีระบบคัดกรองพนักงานก่อนเริ่มงาน (เช่น ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือสังเกตอาการทางเดินหายใจ)

  • Monitoring: บันทึกสถิติการลาป่วยเพื่อหาความผิดปกติ หากพบพนักงานป่วยด้วยอาการเดียวกันพร้อมกันเกิน 3 คน ต้องสงสัยว่ามีการระบาดในที่ทำงาน

B. การป้องกัน (Protection):

  • Workplace Environment: ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ถ่ายเทสะดวก (Ventilation) ลดจุดสัมผัสร่วม และจัดให้มีจุดล้างมืออย่างเพียงพอ

  • Vaccination: สนับสนุนการฉีดวัคซีนตามฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนป้องกันโรคติดต่อร้ายแรง

C. การควบคุม (Prompt Response):

  • Isolation Protocol: หากพบพนักงานป่วย ต้องมีพื้นที่แยกกัก (Isolation Room) และขั้นตอนการส่งตัวที่ชัดเจน

  • Disinfection: มาตรการทำความสะอาดบิ๊กคลีนนิ่ง (Big Cleaning) ทันทีในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

3. การจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Environmental Health)

DDC เน้นย้ำเรื่องการจัดการปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อสุขภาพ:

  • การจัดการขยะและของเสีย: โดยเฉพาะขยะติดเชื้อ (หน้ากากอนามัย, ชุดตรวจ) ต้องมีการแยกทิ้งอย่างเป็นระบบ

  • การควบคุมสัตว์นำโรค: ในคลังสินค้าหรือโรงอาหาร ต้องมีมาตรการกำจัดหนู แมลงสาบ และยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคฉี่หนู

  • คุณภาพอากาศและแสงสว่าง: ลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ทำงาน และจัดแสงสว่างให้เพียงพอเพื่อลดความล้าของสายตา


💡 ข้อแนะนำสำหรับผู้จัดการความปลอดภัย (TSM)

การบริหารความเสี่ยงจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัย “การสื่อสารความเสี่ยง” (Risk Communication):

  1. สร้างความเข้าใจ: อบรมให้พนักงานรู้ถึงอันตรายของโรคและวิธีป้องกันตัว

  2. ลดความกลัว: สร้างวัฒนธรรมที่พนักงานกล้าบอกความจริงเมื่อป่วย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการโดนตัดค่าจ้าง

  3. ใช้เทคโนโลยี: นำแอปพลิเคชันหรือแบบฟอร์มออนไลน์มาใช้รายงานสุขภาพรายวันเพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบัน


สรุป: การบริหารจัดการความเสี่ยงตามแนวทาง DDC คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้กับองค์กร เมื่อพนักงานมีสุขภาพดี สภาพแวดล้อมปลอดภัย ธุรกิจย่อมขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสะดุด

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน