หลักการ "Due Regard" และมาตรฐานความรับผิดชอบทางกฎหมาย

หลักการ “Due Regard” และมาตรฐานความรับผิดชอบทางกฎหมาย

ในภารกิจกู้ชีพ “วินาที” คือชีวิต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้ขับขี่รถฉุกเฉินจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ หลักการที่เป็นหัวใจทางกฎหมายและจริยธรรมของ EVOC ทั่วโลกคือ “Due Regard” หรือ การคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “วีรบุรุษ” กับ “จำเลย”

1. 🛡️ Definition: Due Regard คืออะไร?

Due Regard คือ มาตรฐานทางพฤติกรรมที่กำหนดให้ผู้ขับขี่รถฉุกเฉินต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังในระดับที่ “บุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และสติสัมปชัญญะในระดับเดียวกันจะพึงกระทำในสถานการณ์นั้นๆ”

  • สิทธิพิเศษ (Privileges): กฎหมายอนุญาตให้รถฉุกเฉินฝ่าไฟแดง ขับย้อนศร หรือใช้ความเร็วเกินกำหนดได้

  • เงื่อนไข (Conditions): สิทธิข้างต้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้ขับขี่ ไม่ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นตกอยู่ในความเสี่ยงที่เกินกว่าเหตุ

2. 🚦 สิทธิพิเศษที่ไม่ใช่ความคุ้มครอง (Privilege vs. Immunity)

ผู้ขับขี่หลายท่านเข้าใจผิดว่าการเปิดไซเรนคือ “เกราะคุ้มกันทางกฎหมาย” แต่ในความเป็นจริง:

  • กฎหมายจราจรทางบก (มาตรา 75): ระบุว่าผู้ขับขี่รถฉุกเฉินมีสิทธิยกเว้นกฎจราจรบางประการ แต่ต้อง “ใช้ความระมัดระวังตามควรแก่กรณี”

  • ความรับผิดทางแพ่งและอาญา: หากเกิดอุบัติเหตุแล้วพิสูจน์ได้ว่าผู้ขับขี่ละเลยหลัก Due Regard (เช่น พุ่งเข้าทางแยกด้วยความเร็วสูงโดยไม่ชะลอ) ผู้ขับขี่และหน่วยงานอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมด

3. ⚖️ 4 องค์ประกอบของการปฏิบัติหน้าที่ด้วย Due Regard

ศาลหรือคณะกรรมการสอบสวนมักจะใช้เกณฑ์ต่อไปนี้ในการประเมิน:

  1. การใช้สัญญาณเตือน (Light & Siren): คุณเปิดไฟและเสียงที่เหมาะสมเพื่อให้คนอื่นรับรู้การมาถึงหรือไม่?

  2. ความเร็วที่เหมาะสม (Reasonable Speed): ความเร็วที่คุณใช้สัมพันธ์กับสภาพถนน ทัศนวิสัย และความหนาแน่นของการจราจรหรือไม่?

  3. การผ่านทางแยก (Intersection Safety): คุณได้ชะลอรถหรือหยุดเพื่อ “ยืนยันด้วยสายตา” ว่ารถคันอื่นหยุดให้คุณแล้วจริงๆ หรือไม่ก่อนจะผ่านไป?

  4. ความจำเป็นของภารกิจ (Nature of Emergency): ระดับความเร่งด่วนของเคสคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่คุณสร้างขึ้นบนท้องถนนหรือไม่?

4. 📉 ผลกระทบเมื่อละเลย Due Regard (Negligence)

หากการขับขี่ถูกตัดสินว่ามีความประมาท (Negligence) ผลที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าที่คิด:

  • การถูกดำเนินคดีอาญา: ข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

  • ความเสียหายต่อองค์กร: การถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล และการเสียชื่อเสียงของหน่วยงาน

  • ความสูญเสียภายใน: บ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพหรือผู้ป่วยในรถต้องได้รับบาดเจ็บซ้ำจากอุบัติเหตุที่ป้องกันได้

5. 💡 แนวทางปฏิบัติมาตรฐานสำหรับปี 2569

เพื่อให้มั่นใจว่าคุณปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลัก Due Regard อย่างครบถ้วน:

  • Golden Rule: “ห้ามสันนิษฐานว่าคนอื่นจะหลบให้คุณ” จนกว่าคุณจะเห็นเขาหยุดรถจริงๆ

  • Documentation: การใช้กล้องหน้ารถ (Dashcam) และระบบบันทึกข้อมูลการขับขี่ (Telematics) เพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณได้ใช้ความระมัดระวังที่เหมาะสมแล้ว

  • Continuous Training: การฝึกอบรม EVOC อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทักษะการตัดสินใจ (Judgment) เฉียบคมอยู่เสมอ

บทสรุป: เป้าหมายของรถฉุกเฉินคือการไปให้ถึงจุดเกิดเหตุเพื่อ "ช่วยชีวิต" การขับขี่ที่ขาด Due Regard อาจทำให้ภารกิจนั้นกลายเป็น "การสร้างเหตุ" เพิ่มขึ้นแทน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน