มื่อจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำท่วม การใช้เทคนิคที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายต่อรถและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณได้ บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการขับขี่ที่ควรนำไปใช้เมื่อต้องขับรถบนถนนที่ถูกน้ำท่วม
1. ใช้เกียร์ต่ำและรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่
การขับผ่านน้ำท่วมควรใช้เกียร์ 1 หรือ 2 หรือเกียร์ L สำหรับรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ เพื่อให้เครื่องยนต์มีกำลังและแรงบิดสูงเพียงพอที่จะขับเคลื่อนผ่านน้ำได้
รักษารอบเครื่องยนต์: เหยียบคันเร่งเบาๆ และรักษารอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับคงที่ตลอดการขับผ่านน้ำท่วม
ห้ามเบรกกะทันหัน: หากจำเป็นต้องลดความเร็ว ให้ใช้วิธีถอนคันเร่งอย่างช้าๆ
ห้ามเร่งเครื่อง: การเร่งเครื่องในน้ำท่วมจะทำให้คลื่นน้ำกระเด็นเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ผ่านทางท่อไอดีได้
2. ขับช้า ๆ และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
การขับรถในน้ำท่วมควรใช้ความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ควรเกิน 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขับตามเส้นทางรถคันหน้า: หากมีรถคันอื่นขับผ่านไปก่อน ให้ขับตามเส้นทางเดิมของรถคันหน้า เพราะเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดและมีความลึกของน้ำเท่าที่รถคันหน้าขับผ่านได้
ระวังคลื่นน้ำ: การขับเร็วจะทำให้เกิดคลื่นน้ำกระเด็นเข้าสู่เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าได้
เว้นระยะห่าง: ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพราะการเบรกในน้ำจะใช้ระยะทางที่ยาวกว่าบนถนนปกติ
3. สิ่งที่ควรทำเมื่อรถเริ่มผ่านพ้นน้ำท่วม
เมื่อขับรถผ่านพ้นพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ยังมีขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องทำเพื่อป้องกันความเสียหายในระยะยาว
แตะเบรกเบา ๆ ย้ำ ๆ: หลังจากขึ้นมาจากน้ำท่วมแล้ว ให้แตะเบรกเบาๆ ย้ำๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกและทำให้เบรกกลับมาทำงานได้ตามปกติ
ตรวจสอบสภาพรถ: ตรวจสอบไส้กรองอากาศว่าเปียกหรือไม่ หากเปียกควรรีบเปลี่ยนใหม่ทันที
นำรถเข้าอู่ซ่อม: หากรถมีอาการผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์เดินไม่สม่ำเสมอ หรือระบบไฟฟ้ามีปัญหา ควรรีบนำรถเข้าอู่เพื่อตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญทันที
การขับรถในน้ำท่วมมีความเสี่ยงสูงเสมอ หากไม่มีความจำเป็น ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนั้น และรอให้น้ำลดลงก่อนจะดีที่สุด