บริการเจ้าหน้าที่ดูแล TSM

ทำความรู้จัก TSM (Transport Safety Manager) หัวใจหลักสู่มาตรฐานความปลอดภัยของธุรกิจขนส่งไทย

ในยุคที่ธุรกิจโลจิสติกส์และขนส่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความปลอดภัยบนท้องถนนและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องมี “ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง” หรือที่เรียกกันติดปากว่า เจ้าหน้าที่ดูแล TSM (Transport Safety Manager) เพื่อยกระดับมาตรฐานขนส่งไทยให้เทียบเท่าระดับสากล

📌 เจ้าหน้าที่ดูแล TSM คืออะไร?

TSM (Transport Safety Manager) คือ เจ้าหน้าที่หรือผู้จัดการที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการขนส่งโดยเฉพาะ ทำหน้าที่วางแผน ควบคุม ดูแล และตรวจสอบระบบการขนส่งขององค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

เปรียบเสมือน “ผู้ตรวจการความปลอดภัยประจำบริษัทขนส่ง” ที่คอยดูแลตั้งแต่ความพร้อมของคนขับ สภาพรถยนต์ ไปจนถึงการบริหารจัดการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

5 ภารกิจหลักตามกฎหมายของ TSM

  • การบริหารจัดการการขนส่ง (Transport Management): วางแผนเส้นทาง ดูแลเวลาปฏิบัติงานของพนักงานขับรถไม่ให้เกินที่กฎหมายกำหนด

  • การบริหารจัดการผู้ขับรถ (Driver Management): ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ คัดกรองความพร้อมทางร่างกายและจิตใจก่อนปฏิบัติงาน (ตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด)

  • การบริหารจัดการยานพาหนะ (Vehicle Management): ควบคุมดูแลการตรวจสภาพรถ บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ให้รถพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยเสมอ

  • การบริหารจัดการเดินรถและบังคับควบคุม (Operation Control): ติดตามการเดินรถผ่านระบบ GPS ตรวจจับความเร็ว และพฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงอันตราย

  • การบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (Emergency Management): จัดทำแผนรองรับอุบัติเหตุ ซักซ้อมแผนฉุกเฉิน และสอบสวนหาสาเหตุเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข

💡 ทำไม TSM ถึงมีความสำคัญกับ "ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งไทย"?

การมี TSM ไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมายเพื่อ “จดประกอบการขนส่ง” ให้ผ่านเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สร้างผลประโยชน์เชิงพาณิชย์และลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการอย่างมหาศาล ดังนี้:

1. ปลดล็อกการจดประกอบการขนส่ง (Legal Compliance)

กฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการขนส่ง (ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารตามขนาดที่กำหนด) ต้องแต่งตั้ง TSM และแจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก หากไม่มีจะไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หรือไม่สามารถจดทะเบียนเพิ่มรถได้

2. ลดต้นทุนแฝงจากการเกิดอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุแต่ละครั้งนำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งค่าซ่อมรถ, ค่าสินค้าเสียหาย, เบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น และการเสียเวลา TSM จะเข้ามาอุดรอยรั่วเหล่านี้ด้วยระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Proactive Safety)

3. ยกระดับความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์องค์กร

คู่ค้ารายใหญ่ (โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติหรือโรงงานอุตสาหกรรม) มักเลือกใช้บริการบริษัทขนส่งที่มีระบบ TSM ชัดเจน เพราะมั่นใจได้ว่าสินค้าจะส่งถึงปลายทางอย่างปลอดภัยและไม่ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพวกเขา

4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Efficiency)

การมอนิเตอร์ผ่าน GPS และการบำรุงรักษารถตามรอบที่ TSM ควบคุม จะช่วยลดอัตราการเสียระหว่างทาง ช่วยประหยัดน้ำมัน และยืดอายุการใช้งานของยานพาหนะ

🏢 ใครบ้างที่ "กฎหมายบังคับ" ต้องมี TSM?

กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งกลุ่มต่อไปนี้ ต้องมีเจ้าหน้าที่ TSM ประจำองค์กร (ขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนรถ):

  • การขนส่งผู้โดยสาร: รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง (รถบัสท่องเที่ยว/รถตู้เช่า)

  • การขนส่งสิ่งของ (รถบรรทุก): รถบรรทุกไม่ประจำทาง และรถบรรทุกส่วนบุคคล (ที่มีจำนวนรถตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด)

  • การขนส่งวัตถุอันตราย: ต้องมี TSM ดูแลอย่างเข้มงวดในทุกขนาดองค์กร

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน