EVOC & Air Medical Transport: การประสานงานและการกำหนดจุดลงจอดฉุกเฉินของเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ

EVOC & Air Medical Transport: การประสานงานและการกำหนดจุดลงจอดฉุกเฉินของเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ

ในภารกิจกู้ชีพที่เวลาทุกวินาทีมีความหมาย การขนส่งผู้ป่วยวิกฤตทางอากาศด้วย เฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ (Air Medical Transport) ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หลักสูตร EVOC (Emergency Vehicle Operator Course) จึงได้ขยายขอบเขตความรู้ให้ ID Driver ไม่ได้เพียงแค่ขับรถพยาบาลเท่านั้น แต่ต้องมีทักษะในการประสานงานภาคพื้นดิน เพื่อให้การลงจอดและการรับส่งผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว โดยเน้นที่การกำหนดและรักษาความปลอดภัยของ พื้นที่ลงจอดชั่วคราว (Landing Zone – LZ)

จากถนนสู่ท้องฟ้า: ID Driver คือผู้จัดการความปลอดภัยภาคพื้นดิน

เมื่อหน่วยแพทย์ทางอากาศเข้าสู่ภารกิจ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากทีมภาคพื้นดิน TSM/ID Driver จะต้องทำหน้าที่เป็น Incident Commander (IC) ชั่วคราว ในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ EVOC เน้นย้ำเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์

1. การประเมินและการกำหนดพื้นที่ลงจอด (Landing Zone - LZ) 📐

การเลือกพื้นที่ LZ ที่เหมาะสมคือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด TSM/ID Driver ต้องประเมินปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • ขนาดที่เหมาะสม: LZ ต้องมีขนาดที่กว้างพอสำหรับเฮลิคอปเตอร์ โดยทั่วไปควรมีขนาดอย่างน้อย 100 \times 100 ฟุต หรือ 30 \times 30 เมตร ในเวลากลางวัน และควรกว้างกว่านี้ในเวลากลางคืนหรือพื้นที่จำกัด

  • พื้นผิวที่มั่นคงและปราศจากฝุ่น: เลือกพื้นที่ที่มีพื้นผิวเรียบเสมอกัน และเป็นไปได้ควรเป็นพื้นคอนกรีตหรือหญ้าที่ตัดสั้น หลีกเลี่ยง พื้นดินที่อ่อนนุ่ม, ทราย, หรือฝุ่นจำนวนมาก เพราะเศษวัสดุเหล่านี้จะถูกลมจากใบพัด (Rotor Wash) พัดกระจายจนบดบังทัศนวิสัยของนักบิน

  • การกำจัดสิ่งกีดขวาง: ตรวจสอบและกำจัดสิ่งกีดขวางในและรอบ LZ เช่น สายไฟฟ้า, ต้นไม้สูง, เสาไฟ, ป้ายโฆษณา และควบคุมผู้คน/ยานพาหนะให้ห่างจาก LZ อย่างน้อย 100 เมตร

2. การควบคุมและรักษาความปลอดภัยของ LZ 🛡️

เมื่อกำหนดพื้นที่ได้แล้ว TSM/ID Driver ต้องทำการรักษาความปลอดภัยตามหลัก EVOC:

  • การทำเครื่องหมาย LZ (Marking the Zone): ใช้กรวยจราจร, ผ้าใบ, หรือไฟสัญญาณฉุกเฉินที่วางในรูปแบบตัว “H” หรือสี่เหลี่ยม เพื่อให้นักบินเห็นขอบเขตที่ชัดเจน ห้าม ใช้เทคนิคที่อาจทำให้วัตถุปลิวขึ้นไปโดนใบพัดเฮลิคอปเตอร์ (เช่น ใช้ไฟฉายส่องขึ้นฟ้าโดยตรง)

  • การระบุทิศทางลม: TSM/ID Driver ต้องสื่อสาร ทิศทางลม (Wind Direction) และ ความเร็วลม ให้กับนักบินอย่างชัดเจน เพราะเฮลิคอปเตอร์ต้องลงจอดโดยหันหัวเข้าหาลม (Headwind) หากเป็นไปได้ ให้ใช้ผ้าหรือวัตถุเบา ๆ เพื่อระบุทิศทางลม

  • การควบคุมฝูงชน: จัดตั้งเขตหวงห้ามและสั่งการให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ห่างจาก LZ และรถฉุกเฉินทั้งหมดที่จอดในบริเวณใกล้เคียงต้อง ดับเครื่องยนต์ เพื่อป้องกันการดูดไอเสียเข้าสู่เครื่องยนต์เฮลิคอปเตอร์

3. การสื่อสารกับทีมแพทย์ทางอากาศ (Air Crew Communication) 📞

การสื่อสารระหว่างภาคพื้นดินและนักบินต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิทยุการบิน:

  • ใช้ภาษาที่กระชับและชัดเจน: การสื่อสารต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย (เช่น ภาษาอังกฤษสำหรับนักบินต่างชาติ) โดยเน้นข้อมูลที่สำคัญเท่านั้น ได้แก่ ขนาด LZ, สิ่งกีดขวางที่ยังคงอยู่, และทิศทางลม

  • การใช้สัญญาณมือ (Hand Signals): TSM/ID Driver ต้องเรียนรู้สัญญาณมือพื้นฐานที่ใช้ในการสื่อสารกับนักบินขณะลงจอด เช่น การให้สัญญาณว่า LZ ปลอดภัย, หรือการบ่งชี้ทิศทางที่ควรลง

  • การเข้าใกล้เฮลิคอปเตอร์อย่างปลอดภัย: หากได้รับคำสั่งให้เข้าใกล้ตัวเครื่องเพื่อนำผู้ป่วยขึ้น ต้อง เข้าใกล้จากด้านหน้า และ ในระดับสายตาของนักบิน เท่านั้น ห้ามเข้าใกล้จากด้านหลัง เพราะอาจเกิดอันตรายจากใบพัดหาง (Tail Rotor)

บทสรุป:

การประสานงาน LZ คือการเชื่อมต่อ ‘นาทีทอง’ ของผู้ป่วยวิกฤต TSM/ID Driver ที่ผ่านหลักสูตร EVOC จะมีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเปลี่ยนพื้นที่ฉุกเฉินให้กลายเป็นลานบินชั่วคราวที่ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการส่งต่อสู่การดูแลที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็วที่สุด

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน

พร้อมยกระดับทีมกู้ชีพของคุณสู่มาตรฐานการขนส่งทางอากาศแล้วหรือยัง? เข้าร่วมหลักสูตร EVOC เฉพาะทางด้าน Air Medical Transport กับเราวันนี้!