ในยุคที่การขนส่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความปลอดภัยบนท้องถนนจึงไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของ “การบริหารจัดการ” นี่คือที่มาของมาตรฐาน TSM ที่กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้ เพื่อยกระดับผู้ประกอบการขนส่งไทยสู่มาตรฐานสากล
วันนี้ Training Zenter จะพาไปทำความเข้าใจว่า TSM คืออะไร และทำไมธุรกิจขนส่งของคุณถึงขาดบุคลากรตำแหน่งนี้ไม่ได้ครับ
TSM ย่อมาจาก Transport Safety Manager หรือชื่อภาษาไทยคือ “บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง”
คือ บุคคลที่มีหน้าที่หลักในการวางแผน กำกับดูแล และตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมดขององค์กรขนส่ง ตั้งแต่สภาพความพร้อมของรถ ไปจนถึงความพร้อมของพนักงานขับรถ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเที่ยววิ่งจะปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้มากที่สุด
กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่ง (ทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร) ต้องจัดให้มีบุคลากร TSM ตามขนาดของกองรถและประเภทการขนส่ง หากเพิกเฉยจะมีผลต่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ และอาจมีโทษปรับตามกฎหมาย
อุบัติเหตุแต่ละครั้งไม่ได้หมายถึงแค่ค่าซ่อมรถ แต่รวมถึงค่าเสียโอกาสในการส่งสินค้า ค่าชดเชย และเสียชื่อเสียงองค์กร TSM จะเข้ามาทำหน้าที่ “ป้องกันก่อนเกิดเหตุ” (Preventive Maintenance) ช่วยให้รถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
TSM มีหน้าที่คัดเลือก ตรวจสอบ และอบรมพนักงานขับรถอย่างเป็นระบบ รวมถึงการตรวจสอบชั่วโมงการทำงานเพื่อป้องกันอาการหลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุร้ายแรง
เพื่อให้องค์กรขนส่งปลอดภัยอย่างยั่งยืน TSM ต้องดูแลครอบคลุม 5 ด้าน ดังนี้:
การจัดการองค์กร: กำหนดนโยบายและเป้าหมายด้านความปลอดภัย
การจัดการพนักงานขับรถ: ตรวจสอบใบขับขี่ สุขภาพ และพฤติกรรมการขับขี่
การจัดการยานพาหนะ: วางแผนบำรุงรักษาและตรวจสภาพรถตามระยะ
การจัดการการเดินรถ: วางแผนเส้นทางและจุดพักรถที่ปลอดภัย
การจัดการเหตุฉุกเฉิน: เตรียมแผนรับมือและกู้ภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
การมี TSM ไม่ใช่เพียงการมีชื่อในระบบ แต่ต้องเป็นบุคลากรที่มี “ความรู้จริง”
ลดหย่อนภาษี: ค่าใช้จ่ายในการอบรม TSM สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 200%
ประสิทธิภาพการทำงาน: TSM ที่เก่งจะช่วยลดอัตราการซ่อมบำรุงและประหยัดน้ำมันได้จริง
ความน่าเชื่อถือ: เพิ่มโอกาสในการประมูลงานกับบริษัทชั้นนำที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัยสูง