ในวงการการขนส่งทางถนนและความปลอดภัยขององค์กร หัวข้อเกี่ยวกับ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง หรือ Transport Safety Manager (TSM) กลายเป็นประเด็นที่ผู้บริหาร ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายบริหารยานพาหนะ (Fleet Management) ให้ความสนใจอย่างมาก
เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้บังคับใช้กฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง ทำให้เกิดคำถามและข้อสงสัยตามมาในกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไปว่า “สรุปแล้ว บริษัทเราทำธุรกิจทั่วไปที่มีรถใช้งาน จำเป็นต้องมี TSM หรือไม่? ถ้ามีรถแค่ไม่กี่คันจะเข้าข่ายบังคับไหม?”
บทความนี้จะพาไปถอดรหัสข้อกฎหมายอย่างละเอียด เจาะลึกเกณฑ์การบังคับใช้ รายชื่อประเภทกิจการที่เข้าข่าย ข้อยกเว้น และบทลงโทษ เพื่อให้องค์กรของคุณปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและไม่เสี่ยงต่อการโดนค่าปรับ!
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ “ไม่จริง” กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัทในประเทศไทยต้องมี TSM
ผู้ที่จะถูกบังคับให้ต้องจัดให้มี TSM คือ “ผู้ประกอบการขนส่งทางถนน” ที่จดทะเบียนใบอนุญาตประกอบการขนส่งกับกรมการขนส่งทางบก และ มีประเภทรถหรือขนาดกองรถ (Fleet Size) ตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
หากองค์กรของคุณเป็นบริษัทเอกชนทั่วไป เช่น บริษัททำบัญชี บริษัทขายสินค้าออนไลน์ หรือบริษัทที่ปรึกษา แล้วมีเพียง รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) หรือรถกระบะป้ายทะเบียนหมวดปกติ (ป้ายทะเบียนตัวหนังสือดำพื้นขาว) สำหรับให้เซลส์หรือผู้บริหารใช้งาน บริษัทของคุณจะ “ไม่อยู่” ในบังคับที่ต้องจัดให้มี TSM
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง กรมการขนส่งทางบกได้จัดกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องจัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) ไว้เป็นลำดับขั้นตอน โดยแบ่งตาม ประเภทการขนส่ง และ จำนวนรถ ดังนี้:
┌────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ Who Needs a TSM? (Target Groups) │
├────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. กลุ่มขนส่งวัตถุอันตราย (Hazardous Goods Transport) │
│ • ทุกขนาดกองรถ (มีรถเพียง 1 คันก็ต้องมี TSM) │
│ │
│ 2. กลุ่มขนส่งสินค้าทั่วไป (Goods Transport - Truck) │
│ • รถบรรทุกไม่ประจำทาง / รถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป │
│ │
│ 3. กลุ่มขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Transport - Bus & Van) │
│ • รถโดยสารประจำทาง / รถโดยสารไม่ประจำทาง (ทุกขนาดกองรถ) │
└────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
ผู้ขนส่งวัตถุอันตราย (ทุกประเภท): ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊ส เคมีภัณฑ์ หรือสารพิษ หากมีรถบรรทุกวัตถุอันตรายตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป กฎหมายบังคับให้ต้องมี TSM ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ผู้ขนส่งสินค้าทั่วไปด้วยรถบรรทุก (รถป้ายเหลือง/ป้ายขาวหมวด 70-79 หรือ 80-89):
หากเป็น การขนส่งไม่ประจำทาง (รับจ้างทั่วไป) หรือ การขนส่งส่วนบุคคล (บรรทุกสินค้าของตนเอง) ที่มีจำนวนรถบรรทุกรวมกันตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป จะต้องจัดให้มี TSM
หมายเหตุ: รถบรรทุกในที่นี้นับรวมตั้งแต่รถบรรทุก 6 ล้อ, 10 ล้อ, รถหัวลาก (Tractor), และรถกระบะที่จดทะเบียนเป็นรถบรรทุกขนส่งตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก
รถโดยสารประจำทาง: เช่น รถบัสประจำทาง รถตู้ร่วมบริการ
รถโดยสารไม่ประจำทาง: เช่น รถบัส VIP นำเที่ยว, รถตู้เช่าเหมา, รถรับ-ส่งพนักงานของโรงงานหรือบริษัท
เกณฑ์บังคับ: กลุ่มผู้โดยสารนี้บังคับ ทุกขนาดกองรถ (มีรถโดยสารเพียง 1 คัน ก็เข้าข่ายต้องมี TSM)
| ประเภทกิจการ / รถที่มีในครอบครอง | ลักษณะการใช้งาน | สรุปเกณฑ์บังคับ TSM |
| บริษัทขนส่งน้ำมัน / เคมีภัณฑ์ | บรรทุกสารอันตราย | ต้องมี TSM ทันที (เริ่มตั้งแต่ 1 คัน) |
| บริษัทรถบัสท่องเที่ยว / รถรับส่งพนักงาน | รับจ้างขนส่งผู้โดยสาร | ต้องมี TSM ทันที (เริ่มตั้งแต่ 1 คัน) |
| โรงงานอุตสาหกรรม มีรถบรรทุก 6 ล้อ 6 คัน | ขนส่งสินค้าตนเอง (ป้ายส่วนบุคคล) | ต้องมี TSM (เนื่องจากมีรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป) |
| คลังสินค้า มีรถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน | ขนส่งสินค้าตนเอง (ป้ายส่วนบุคคล) | ยังไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ (ยังไม่ถึง 5 คัน) |
| บริษัททั่วไป มีรถกระบะป้ายปกติ 10 คัน | ให้ทีมช่าง/เซลส์ วิ่งทำงาน | ไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ (ไม่ใช่รถตาม พ.ร.บ.ขนส่ง) |
หากองค์กรของคุณเข้าข่ายต้องมี TSM กฎหมายกำหนดให้ต้องแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติผ่านการอบรมและทดสอบจากกรมการขนส่งทางบก หรือผู้ได้รับใบรับรองขึ้นทะเบียนเป็น TSM อย่างถูกต้อง
[ TSM to Fleet Ratio Requirements ]
• รถ 1 – 50 คัน ► ต้องมี TSM อย่างน้อย 1 คน
• รถ 51 – 100 คัน ► ต้องมี TSM อย่างน้อย 2 คน
• ทุกๆ รถที่เพิ่มขึ้น 50 คัน ► ต้องแต่งตั้ง TSM เพิ่มอีก 1 คน
ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ TSM สามารถเป็น พนักงานประจำของบริษัท (เช่น ฝ่าย จป., ฝ่าย Fleet, ฝ่ายจัดส่ง) ที่ส่งไปอบรม TSM หรือจะใช้บริการ TSM Outsource จากหน่วยงานภายนอกที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ได้เช่นกัน
การละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง มีผลกระทบทางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจโดยตรง:
โทษปรับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก: ผู้ประกอบการที่ไม่จัดให้มี TSM ตามระยะเวลาที่กำหนด มีความผิดทางกฎหมาย โทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท
กระทบการต่อใบอนุญาตประกอบการ: กรมการขนส่งทางบกใช้การมี TSM เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการประเมินมาตรฐานความปลอดภัย หากไม่มี TSM อาจ ไม่ได้รับการอนุมัติหรือต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
ความรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง: หากรถในกองรถเกิดอุบัติเหตุใหญ่แล้วพบว่าไม่มีการตรวจความพร้อมตามมาตรฐาน TSM ผู้ประกอบการจะถูกตั้งข้อหาประมาทเลินเล่อ และอาจถูกระงับการใช้รถทั้งกองรถ
คำถามที่ว่า “กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม? ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องมี?”
คำตอบชัดเจนว่า กฎหมายไม่ได้บังคับทุกบริษัท แต่บังคับเฉพาะ “ผู้ประกอบการขนส่ง” โดยเฉพาะผู้ขนส่งวัตถุอันตราย, ผู้ขนส่งรถโดยสารสาธารณะ/รถรับส่งพนักงาน และผู้ขนส่งสินค้าที่มีรถบรรทุกตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป
หากองค์กรของคุณมีรถเข้าข่ายตามเกณฑ์ การจัดให้มี TSM ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงโทษปรับ 50,000 บาทเท่านั้น… แต่คือการวางระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Pre-trip Inspection, Driver Readiness, Route Management) ที่จะช่วย ลดอุบัติเหตุ ลดค่าน้ำมัน และป้องกันความสูญเสียขององค์กรได้อย่างยั่งยืน!