การขับรถสาธารณะ (ประเภท ท.1 – ท.4) มีข้อบังคับทางกฎหมายที่เข้มงวดกว่ารถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้าง ในปี 2569 นี้ มีกฎระเบียบสำคัญที่นักขับมืออาชีพต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาใบอนุญาตขับรถและหลีกเลี่ยงโทษปรับหนักครับ
กฎหมายกำหนดความเร็วรถแต่ละประเภทไว้ชัดเจน โดยเฉพาะรถบรรทุกและรถโดยสาร:
รถบรรทุกน้ำหนักรวมเกิน 1,200 กก. หรือรถโดยสาร (เกิน 15 คน):
ในเขตกรุงเทพฯ/เทศบาล: ไม่เกิน 60 กม./ชม.
นอกเขตเทศบาล: ไม่เกิน 80 กม./ชม.
บนทางหลวงพิเศษ (Motorway): ไม่เกิน 90 กม./ชม.
รถโรงเรียน: ไม่เกิน 80 กม./ชม. ตลอดเส้นทาง
สำคัญ: ระบบ GPS ของกรมการขนส่งฯ จะเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time หากขับเกินความเร็วจะมีการแจ้งเตือนไปยังบริษัทและส่งใบสั่งถึงมือทันที
เพื่อป้องกันอาการหลับใน กฎหมายระบุชั่วโมงการขับรถไว้อย่างเข้มงวด:
ขับ 4 พัก 30: ขับรถต่อเนื่องได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง และต้องพักอย่างน้อย 30 นาที ก่อนเริ่มขับต่อ
รวมไม่เกิน 8 ชม.: ในรอบ 24 ชั่วโมง ห้ามขับรถรวมกันเกิน 8 ชั่วโมง
บันทึกสมุดประจำรถ: คนขับต้องบันทึกเวลาเริ่ม-หยุดงาน และสถานะการพักในสมุดประจำรถ (Logbook) หรือผ่านระบบบันทึกข้อมูลดิจิทัลทุกครั้ง
นักขับรถสาธารณะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแต้มถูกตัดอาจหมายถึงการหยุดประกอบอาชีพ:
มี 12 คะแนนเท่ากันทุกคน: แต่ฐานความผิดของรถสาธารณะมักจะถูกตัดแต้มหนักกว่า
ความผิดร้ายแรง: เช่น ขับรถขณะเมาสุรา, เสพยาเสพติด, ขับรถย้อนศร หรือขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย อาจถูกตัดคะแนนจนหมดและถูก พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 90 วัน
การคืนคะแนน: ต้องเข้ารับการอบรมและสอบแก้ตัวตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งฯ กำหนด
วิ่งเลนซ้ายเสมอ: รถบรรทุกและรถโดยสารต้องวิ่งในช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด ยกเว้นขณะแซง หรือเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
ป้ายบังคับเฉพาะรถหนัก: ต้องสังเกตป้าย “ห้ามรถบรรทุกเข้า”, “จำกัดความสูง/น้ำหนัก” และ “ทางเฉพาะรถโดยสาร” อย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงกว่ารถทั่วไป
สำหรับคนขับรถสาธารณะ กฎหมายกำหนดระดับแอลกอฮอล์ไว้ที่ 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น):
โทษ: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
การสุ่มตรวจ: เจ้าหน้าที่และ TSM ของบริษัทมีสิทธิ์ตรวจวัดแอลกอฮอล์และปัสสาวะก่อนออกปฏิบัติงานทุกครั้ง
การทำความเข้าใจกฎหมายจราจรและระเบียบขนส่ง ไม่ใช่เพียงเพื่อเลี่ยงค่าปรับ แต่คือการสร้าง “มาตรฐานวิชาชีพ” ที่ทำให้คุณเป็นนักขับที่สังคมไว้วางใจและทำงานได้อย่างยั่งยืนครับ