ในแผนกการเงินหรือฝ่ายบริหารของบริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ “กองยานพาหนะ” (Fleet) มักถูกจัดให้อยู่ในหมวด Cost Center หรือ “ศูนย์รวมค่าใช้จ่าย” ที่มีแต่เงินไหลออก ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง หรือค่าประกันภัย ยิ่งไปกว่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงขึ้นมาคราวใด งบประมาณที่บริษัทอุตสาหกรรมหามาได้ก็แทบจะละลายหายไปกับค่าชดเชยและค่าเสียหายหน้างาน
เมื่อมีกฎหมายใหม่บังคับให้ต้องส่งคนไปอบรมหลักสูตร TSM (Transport Safety Manager) ฝ่ายบุคคล (HR) และผู้บริหารหลายท่านจึงอาจมองว่านี่คือ “รายจ่ายก้อนใหม่” ที่เพิ่มเข้ามา แต่ในความจริงของธุรกิจยุคใหม่ การอบรม TSM คือเครื่องมือชั้นยอดในการทำ Loss Prevention (การป้องกันความสูญเสีย) ที่จะช่วยเปลี่ยนกองรถขนส่งจาก “ศูนย์ขาดทุน” ให้กลายมาเป็น “ศูนย์กำไร” ของบริษัทได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ครับ
ผู้บริหารส่วนใหญ่มักคิดว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน เราก็ให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมรถและค่ารักษาพยาบาลไปสิ บริษัทเราไม่ได้สูญเสียอะไรมากมาย แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ขนส่ง อุบัติเหตุมีลักษณะเหมือน “ภูเขาน้ำแข็ง” ครับ ค่าซ่อมรถที่ประกันจ่ายเป็นเพียงยอดน้ำแข็งเหนือน้ำเท่านั้น แต่ใต้ผิวน้ำยังมี “ต้นทุนแฝง” (Indirect Costs) ที่บริษัทต้องจ่ายเอง และสูงกว่าค่าซ่อมรถถึง 4-10 เท่า!
ต้นทุนแฝงที่ไม่มีใครรับประกัน: ค่าเสียเวลาของรถที่ต้องจอดอู่ทำให้ขาดรายได้, ค่าปรับจากการส่งสินค้าล่าช้าจนคู่ค้าปรับเงิน, ค่าโอทีพนักงานที่ต้องทำงานชดเชย, และความเสียหายต่อชื่อเสียงแบรนด์
TSM ช่วยเซฟได้อย่างไร: หลักสูตร TSM จะสอนระบบบริหารความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุอย่างมีแบบแผน การลดอัตราอุบัติเหตุลงได้เพียง 1 ครั้ง อาจช่วยเซฟเงินสดในกระเป๋าบริษัทได้ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท
หนึ่งในงบประมาณที่ควบคุมยากที่สุดของ HR และฝ่ายจัดซื้อ คือ “ค่าอะไหล่และค่าซ่อมรถบรรทุก” พนักงานขับรถทั่วไปมักขับจนรถดับหรือเครื่องพังคาถนนแล้วค่อยโทรเรียกช่าง ซึ่งการซ่อมยกเครื่องแต่ละครั้งมีมูลค่ามหาศาล
TSM ช่วยเซฟได้อย่างไร: TSM ที่ผ่านการอบรมจะเข้ามาวางระบบ Preventive Maintenance (การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน) และบังคับใช้ Pre-trip Checklist (การตรวจรถก่อนออกปฏิบัติงาน) อย่างเข้มงวด การตรวจเจอสายพานหย่อน รอยน้ำมันซึม หรือลมยางอ่อน ตั้งแต่อยู่ในศูนย์กระจายสินค้า จะช่วยให้บริษัทจ่ายค่าซ่อมในราคาหลักร้อยหลักพัน แทนที่จะต้องไปจ่ายค่าลากรถและยกเครื่องใหม่ในราคาหลักแสน
น้ำมันคือต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจขนส่ง (คิดเป็น 30-40% ของต้นทุนทั้งหมด) พนักงานขับรถที่มีพฤติกรรมขับขี่รุนแรง เช่น ออกตัวกระชาก, ขับเร็วเกินกำหนด, หรือสตาร์ทรถนอนเปิดแอร์ค้างไว้เวลารอสินค้า ล้วนเป็นตัวการผลาญเงินบริษัท
TSM ช่วยเซฟได้อย่างไร: หลักสูตร TSM จะสอนวิธีการใช้เทคโนโลยี GPS Tracking และกล่องดำ (Data Loggers) มาวิเคราะห์พฤติกรรมของคนขับรายบุคคล TSM จะสามารถชี้เป้าได้ทันทีว่าคนขับคนไหนขับรถเปลืองน้ำมัน และนำมาเข้ากระบวนการปรับพฤติกรรม (Eco-Driving) การประหยัดน้ำมันได้เพียง 5-10% จากกองรถทั้งบริษัท สามารถเปลี่ยนเป็นเงินกำไรก้อนโตกลับคืนสู่บริษัทได้อย่างมหาศาลในแต่ละเดือน
| หมวดหมู่งบประมาณ | ระบบเดิม (ไม่มีระบบ TSM) | ระบบใหม่ (มี TSM ควบคุม) | ผลลัพธ์ต่อกำไรของบริษัท |
| งบอุบัติเหตุและค่าปรับ | บานปลาย ควบคุมไม่ได้ ขึ้นอยู่กับดวง | ลดลงจนเกือบเป็น 0% ด้วยการคุมความเสี่ยง | เซฟเงินสดคงเหลือในบริษัท |
| ค่าซ่อมแซมและอะไหล่ | สูง จ่ายค่าซ่อมใหญ่บ่อยครั้งเพราะรถพังคาทาง | ลดลง 30% ด้วยระบบ Preventive Maintenance | ยืดอายุการใช้งานสินทรัพย์ |
| ต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง | รั่วไหลจากการขับขี่ที่ไม่มีการตรวจสอบ | ประหยัดขึ้น 5-12% จากการมอนิเตอร์ GPS | ลดต้นทุนผันแปร เพิ่มกำไรสุทธิ |
สำหรับ HR และผู้บริหารยุคใหม่ การปฏิบัติตามกฎหมายขนส่งด้วยการส่งบุคลากรเข้าอบรม TSM จึงไม่ใช่เรื่องของการเสียเงินและเสียเวลาทำงานไปเปล่าๆ ครับ แต่มันคือกลยุทธ์การบริหารองค์กรที่ชาญฉลาดที่สุด TSM จะทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์ทรัพย์สิน” ที่คอยอุดทุกรอยรั่วไหลทางบัญชี ลบความเสี่ยงทางกฎหมาย และปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทไว้บนท้องถนนอย่างเป็นระบบ ยิ่งส่งเรียนไว ยิ่งช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณและสร้างผลกำไรกลับคืนมาได้เร็วขึ้นเท่านั้น
ยกระดับผู้จัดการหรือหัวหน้างานในองค์กรของคุณให้กลายเป็น “นักบริหารต้นทุนและความปลอดภัย” มืออาชีพ ด้วยหลักสูตรอบรม TSM จากไอดีไดร์ฟ (หน่วยงานฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องจากกรมการขนส่งทางบก) เราพร้อมถ่ายทอดความรู้ทั้งข้อกฎหมาย การวิเคราะห์ต้นทุนแฝง และระบบบริหารจัดการ Fleet มาตรฐานสากล เพื่อช่วยให้องค์กรของคุณเติบโตอย่างมั่นคงและไร้อุบัติเหตุ