ถอดรหัสกฎเหล็กกรมการขนส่งทางบก: TSM แต่ละประเภทคืออะไร? ใครบ้างที่ต้องสอบให้ตรงกลุ่ม

ถอดรหัสกฎเหล็กกรมการขนส่งทางบก: TSM แต่ละประเภทคืออะไร? ใครบ้างที่ต้องสอบให้ตรงกลุ่ม

🚛 ทำความรู้จักระบบ TSM และความต่างของประเภทที่ 1 และ 2

ถอดรหัสกฎเหล็กกรมการขนส่งทางบก: TSM แต่ละประเภทคืออะไร? ใครบ้างที่ต้องสอบให้ตรงกลุ่ม

ในยุคที่ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งที่ต้องเติบโตควบคู่กันอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ มาตรฐาน ความปลอดภัยในการขนส่ง กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงบังคับให้ผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร ต้องจัดให้มี ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า TSM (Transport Safety Manager) เข้ามาควบคุมดูแลระบบหลังบ้านขององค์กร

แต่หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ฝ่ายบุคคล (HR) และเจ้าของธุรกิจขนส่งมักจะสับสนอยู่เป็นประจำคือ “อบรม TSM มีกี่ประเภทกันแน่?” และ “องค์กรของเราจัดอยู่ในประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2?” หากเลือกผิดประเภท นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการตรวจประเมินและข้อกฎหมายอีกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปถอดรหัสความต่าง เจาะลึกเช็คลิสต์แบบมิติต่อมิติ เพื่อให้คุณส่งบุคลากรไปสอบได้ตรงกลุ่มและถูกต้อง 100% ครับ

🧐 ระบบ TSM คืออะไร? ทำไมกฎหมายถึงบังคับ

ระบบ TSM คือ มาตรฐานการบริหารจัดการความปลอดภัยของกองยานพาหนะ ($Fleet\,Management$) โดยคนที่จะทำหน้าที่เป็น TSM จะต้องผ่านการ อบรม TSM และลงสนาม สอบ TSM จนได้รับหนังสือรับรองจากกฎหมายเพื่อทำหน้าที่ควบคุม 5 แกนหลักสำคัญ ได้แก่:

  1. การบริหารจัดการองค์กรและความรับผิดชอบ

  2. การบริหารจัดการผู้ขับรถ (ตรวจความพร้อม, ชาร์จชั่วโมงขับขี่)

  3. การบริหารจัดการเดินรถ (วางแผนเส้นทางปลอดภัย)

  4. การบริหารจัดการตัวรถและอุปกรณ์ (ซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน)

  5. การบริหารจัดการเมื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน

เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระแก่ผู้ประกอบการรายย่อยจนเกินไป กรมการขนส่งทางบกจึงได้จำแนกโครงสร้าง TSM ออกเป็น 2 ประเภท ตามขนาดของกองรถและระดับความเสี่ยงของสิ่งของที่บรรจุ ดังนี้ครับ

[รถวัตถุอันตราย (ทุกจำนวน) / รถทั่วไป 51 คันขึ้นไป] ──> บังคับใช้ TSM ประเภทที่ 1 (วิชาชีพ/เข้มข้น)
[รถขนส่งสินค้า หรือ รถโดยสารทั่วไป 1 - 50 คัน]   ──> บังคับใช้ TSM ประเภทที่ 2 (ทั่วไป/พื้นฐาน)

📊 ตารางเปรียบเทียบมิติต่อมิติ: TSM ประเภทที่ 1 VS TSM ประเภทที่ 2

เพื่อให้มองเห็นภาพความแตกต่างและเกณฑ์การจำแนกได้อย่างชัดเจน ทันที มาสแกนดูตารางเปรียบเทียบนี้กันครับ:

มิติการเปรียบเทียบTSM ประเภทที่ 1 (ระดับวิชาชีพ/เข้มข้น)TSM ประเภทที่ 2 (ระดับทั่วไป/พื้นฐาน)
1. เกณฑ์ประเภทธุรกิจ

ขนส่งวัตถุอันตราย สารเคมี น้ำมัน (ทุกจำนวนคัน)


• ขนส่งสินค้า/ผู้โดยสารทั่วไป ตั้งแต่ 51 คันขึ้นไป

• ขนส่งสินค้าทั่วไป หรือรถโดยสารทั่วไป


มีจำนวนรถตั้งแต่ 1 ถึง 50 คัน

2. ขอบเขตความรับผิดชอบสูงมาก ควบคุมความเสี่ยงสารเคมีและกองรถขนาดใหญ่ปานกลาง เน้นการจัดการระบบเอกสารและตรวจหน้างาน
3. ไฮไลต์เนื้อหาการอบรมแผนบริหารความเสี่ยงระดับสากล, การจัดการระงับเหตุ Hazmat, กฎหมายวัตถุอันตรายกฎหมายขนส่งพื้นฐาน, การจัดทำเช็คลิสต์ตรวจรถประจำวัน, การติดตามพฤติกรรมคนขับ
4. สิทธิประโยชน์แฝงสามารถใช้คุมกองรถประเภทที่ 2 ได้ (ครอบคลุมทั้งหมด)คุมได้เฉพาะกองรถประเภทที่ 2 ไม่สามารถใช้คุมรถขนส่งวัตถุอันตรายได้
5. รูปแบบการสอบข้อสอบ e-Exam เจาะลึกวิชาคำนวณรอบรถ และวิชาเทคนิคความปลอดภัยข้อสอบ e-Exam เน้นข้อกฎหมายขนส่ง และแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น

🔍 เจาะลึก TSM แต่ละประเภท ใครบ้างที่ต้องสอบให้ตรงกลุ่ม?

☢️ 1. TSM ประเภทที่ 1: สำหรับพี่เบิ้มสายโลจิสติกส์และวัตถุอันตราย

หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงต่อสาธารณะ เนื้อหาการเรียนและการสอบจึงมีความเข้มข้นสูงสุด ผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่:

  • คลังน้ำมัน สารเคมี แก๊สธรรมชาติ: ไม่ว่าบริษัทของคุณจะมีรถแท็งก์วิ่งงานเพียงแค่ 1 คัน หรือ 10 คัน ตราบใดที่เป็นการขนส่งวัตถุอันตราย กฎหมายบังคับให้ผู้จัดการต้องถือใบประกาศ TSM ประเภทที่ 1 เท่านั้น

  • บริษัทขนส่งข้ามชาติหรือกองรถขนาดใหญ่: ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า (รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์, รถ 10 ล้อ) หรือรถทัวร์โดยสารที่มีกองทัพรถตั้งแต่ 51 คันขึ้นไป

📦 2. TSM ประเภทที่ 2: สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและเอสเอ็มอี (SMEs)

หลักสูตรนี้เน้นความยืดหยุ่นและเน้นการนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ไม่เน้นสูตรคำนวณที่ซับซ้อนเกินไป เหมาะสำหรับ:

  • โรงงานและขนส่งรายย่อย: มีรถกระบะตู้ทึบ รถ 4 ล้อใหญ่ หรือรถ 6 ล้อ สำหรับกระจายสินค้าจำนวนไม่เกิน 50 คัน

  • หน่วยงานบริการสาธารณะและรถพยาบาล: โรงพยาบาล หรือศูนย์กู้ชีพที่มีรถปฏิบัติการฉุกเฉินในการดูแล (ซึ่งพนักงานขับรถกลุ่มนี้จำเป็นต้องผ่านการ อบรม EVOC หรือ EVOC ฟื้นฟู ควบคู่ไปด้วย)

🤝 การผสานพลัง: เมื่อระบบหลังบ้าน TSM ทำงานร่วมกับหน้างาน EVOC

ในมิติของหน่วยงานแพทย์ฉุกเฉินและองค์กรโลจิสติกส์ชั้นนำ การมีผู้จัดการความปลอดภัยที่สอบผ่าน TSM อย่างเดียวนั้นยังไม่พอ วัฒนธรรมความปลอดภัยจะเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยการทำงานแบบสองประสาน:

  • ระบบหลังบ้าน (TSM): วางมาตรการเชิงป้องกัน ตรวจเช็คสภาพรถพยาบาลหรือรถบรรทุก มอนิเตอร์ความเร็วและพฤติกรรมการขับขี่ผ่านระบบ GPS Tracking

  • หน้างานบนท้องถนน (EVOC): พนักงานขับรถนำทักษะจากการอบรมขับรถฉุกเฉิน นำหลักการ ขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ ไปใช้ควบคุมพวงมาลัยหน้างานจริง เพื่อลดการเบรกกระชากและป้องกันการชนบริเวณทางร่วมแยก

🏆 บทสรุป: เลือกให้ถูกประเภท ส่งสอบให้ถูกกลุ่ม เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน

การทำความเข้าใจความต่างระหว่าง TSM ประเภทที่ 1 และ 2 จะช่วยให้องค์กรวางแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างแม่นยำ ไม่เสียเวลา และถูกต้องตามข้อกำหนดของ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการลดต้นทุนจากอุบัติเหตุ และยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลครับ

💡 ติวเข้มตรงประเด็น สอบผ่าน TSM มั่นใจ ไปกับไอดีไดร์ฟ

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาสถาบันฝึกอบรมมาตรฐานระดับประเทศ เพื่อส่งบุคลากรเข้า อบรม TSM ประเภทที่ 1 หรือ TSM ประเภทที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามสอบจริง เลือกดำเนินโครงการร่วมกับ ไอดีไดร์ฟ (ID Drive)

เราคือสถานฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง โดดเด่นด้วยหลักสูตรที่ย่อยเนื้อหากฎหมายและการคำนวณยากๆ ให้เข้าใจง่าย มีคลังแนวข้อสอบเก่าที่ออกบ่อย ถ่ายทอดโดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในวงการโลจิสติกส์และการขนส่งที่จะมาเผยเคล็ดลับแบบจับมือทำ ช่วยให้ผู้เข้าอบรมพร้อม สอบ TSM ด้วยความมั่นใจและผ่านฉลุยในรอบเดียว นอกจากนี้ เรายังรองรับหลักสูตรการพัฒนาพนักงานขับรถเฉพาะทาง เช่น หลักสูตร การอบรม EVOC และ EVOC ฟื้นฟู ยกระดับองค์กรของคุณให้ปลอดภัยครบวงจรตั้งแต่ระบบบริหารจัดการไปจนถึงล้อรถหมุนบนถนน

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน