บริษัท ไอดี ไดร์ฟเวอร์ จำกัด ร่วมลงนามปฏิญญาประชารัฐ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ
ขอนแก่น, 2 มิถุนายน 2560 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 5 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำชีตอนบน กองทุนสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายประชารัฐ ร่วมกันจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกประจำปี พ.ศ. 2560 ณ บริเวณลานหน้าขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดขอนแก่น โดยมีไฮไลต์สำคัญคือพิธีลงนาม “ปฏิญญา ผนึกพลังภาคีเครือข่ายประชารัฐ สู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน
นายวิรุณภพ สุภาพ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ซึ่งในปี 2560 นี้ ได้กำหนดคำขวัญไว้ว่า “Connecting People to Nature : I’M WITH NATURE” หรือ “ชีวิตฉันผูกพันกับธรรมชาติ” สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 จึงได้ผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำชีตอนบน จัดกิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชนและโรงเรียนต้นแบบ หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการเผยแพร่ความสำคัญและเชิดชูเกียรติพื้นที่ต้นแบบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระดับภาค และเพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจบนฐานของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องในวาระวันสิ่งแวดล้อมโลก
การลงนามปฏิญญาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงจาก 5 หน่วยงานหลัก ร่วมเป็นสักขีพยานและลงนาม บริษัท ไอดี ไดร์ฟเวอร์ จำกัด (ID Drive Co., Ltd.) นางสุทธิ์สมร แสงสุรศักดิ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) ในฐานะตัวแทนภาคเอกชน ได้เข้าร่วมพิธีลงนาม “ปฏิญญา ผนึกพลังภาคีเครือข่ายประชารัฐ สู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ นำโดย รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 และผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 โดยปฏิญญาดังกล่าวกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานร่วมกันใน 6 มิติหลัก
บริบทแห่งความร่วมมือและยุทธศาสตร์ชาติ
การผนึกกำลังในรูปแบบ “ประชารัฐ” ถือเป็นกลไกสำคัญที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำมาใช้เพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ ภายใต้กรอบการทำงานของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งกำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” การที่บริษัท ไอดี ไดร์ฟเวอร์ จำกัด เข้ามามีส่วนร่วมในพันธสัญญาฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจในการปรับตัวสู่โมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยไม่พึ่งพาเพียงการกำกับดูแลจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการร่วมรับผิดชอบต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
สาระสำคัญแห่งปฏิญญา 6 ประการ
เพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ปฏิญญาฉบับนี้ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ผู้ร่วมลงนามทุกฝ่ายต้องยึดถือและนำไปบูรณาการกับแผนการดำเนินงานขององค์กรตนเอง ประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 6 มิติ ดังต่อไปนี้
มิติที่ 1 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ความยั่งยืนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภาคีเครือข่ายให้คำมั่นที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การบริโภค และการให้บริการ ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยน้อมนำหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นรากฐานในการตัดสินใจ สำหรับภาคธุรกิจอย่าง บริษัท ไอดี ไดร์ฟเวอร์ จำกัด ได้นำกระบวนการนี้มาบูรณาการร่วมกับระบบบริหารจัดการมาตรฐานสากลที่องค์กรได้รับการรับรอง ทั้ง ISO 9001 (ระบบบริหารงานคุณภาพ), ISO 14001 (ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม) และ OHSAS 18001 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย) เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมองค์กรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบายจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) การคัดแยกขยะและควบคุมมลพิษในกระบวนการให้บริการ ไปจนถึงการดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยของบุคลากรและผู้รับบริการ โดยมีดัชนีชี้วัด (KPIs) ที่สามารถติดตาม ประเมินผล และตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสตามเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก
มิติที่ 2 การจัดการขยะแบบครบวงจรตามหลัก 3Rs เพื่อมุ่งสู่สังคมปลอดขยะ (Zero Waste Society) โดยผู้ร่วมลงนามจะร่วมกันลดปริมาณขยะจากต้นทาง (Reduce) นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และนำไปแปรรูปเพื่อใช้ใหม่ (Recycle) รวมทั้งส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ และจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกหลักวิชาการวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เป้าหมายสูงสุดคือการลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปยังบ่อฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
มิติที่ 3 การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ปฏิญญาระบุถึงความจำเป็นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและพื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นปอดของชุมชนและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการป้องกันการระบาดของโรคอุบัติใหม่ และสร้างความมั่นคงทางอาหารตามหลักการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มิติที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการควบคุมมลพิษ ภาคีเครือข่ายตกลงที่จะร่วมกันลดการปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำและอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency) ตลอดจนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งน้ำ คู คลองตามธรรมชาติ การดำเนินการนี้ครอบคลุมถึงการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้ง การลดการใช้สารเคมีที่อาจปนเปื้อนลงสู่ชั้นน้ำบาดาล และการจัดการฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กร
มิติที่ 5 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation & Mitigation) ท่ามกลางวิกฤตโลกเดือด (Global Boiling) ภาคีเครือข่ายจะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission Reduction) จากกิจกรรมของตน พร้อมทั้งสนับสนุนการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน (Carbon Sinks) เช่น การปลูกป่า นอกจากนี้ยังต้องจัดทำแผนเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการปรับตัวต่อความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อให้องค์กรและชุมชนมีความยืดหยุ่น (Resilience) ต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
มิติที่ 6 การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการเพิ่มประสิทธิภาพทางพลังงาน ข้อกำหนดสุดท้ายมุ่งเน้นไปที่การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยภาคีเครือข่ายจะร่วมมือกันลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น นำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) มาประยุกต์ใช้ และสนับสนุนการลงทุนหรือการใช้ประโยชน์จากพลังงานสะอาด (Clean Energy) เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในภาพรวมขององค์กรและระดับจังหวัด
บทบาทของภาคีเครือข่ายในการลงนาม การลงนามครั้งนี้มีนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากเป็นการรวมตัวของผู้แทนระดับสูงจากทุกภาคส่วน ได้แก่
บทสรุปและผลกระทบเชิงประจักษ์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การประกาศเจตนารมณ์ผ่าน “ปฏิญญา ผนึกพลังภาคีเครือข่ายประชารัฐ สู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” มิใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่นำไปสู่ ผลกระทบเชิงประจักษ์ (Empirical Impact) ที่สามารถประเมินผลได้ทางสถิติและวิทยาศาสตร์ ภายในกรอบเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การปฏิบัติตามหลักการ 6 ประการนี้ จะนำไปสู่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คุณภาพอากาศในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงดีขึ้น อัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycling Rate) จะเพิ่มสูงขึ้นควบคู่กับการลดภาระงบประมาณในการกำจัดขยะของภาครัฐ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานของภาคเอกชนอย่างบริษัท ไอดี ไดร์ฟเวอร์ จำกัด จะเป็นต้นแบบ (Best Practice) ที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนวัตกรรมสีเขียว ก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคเศรษฐกิจสีเขียว (Green Jobs) ท้ายที่สุด การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและสังคมที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางทรัพยากร ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และรับประกันความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมส่งต่อให้แก่ชนรุ่นหลังได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของประชาคมโลกอย่างแท้จริง
แหล่งที่มาและการอ้างอิงข้อมูล (Source Attribution):