หนึ่งในประเด็นที่สร้างความสับสนและทำให้เจ้าของกิจการ SME โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงร้านค้าส่งกังวลใจมากที่สุด คือเรื่อง “ประเภทรถที่ต้องแต่งตั้งบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM)”
หลายบริษัทที่มีเพียง “รถกระบะป้ายเขียว” วิ่งส่งของ หรือมี “รถบรรทุกส่วนบุคคล (ป้ายขาว)” ไว้ใช้ขนส่งสินค้าของตัวเอง ไม่ได้เปิดบริษัทรับจ้างขนส่งให้ใคร ต่างเกิดคำถามตรงกันว่า:
“บริษัทเราไม่ได้เป็นบริษัทโลจิสติกส์รับจ้าง แค่มีรถกระบะป้ายเขียววิ่งส่งของให้ลูกค้า หรือมีรถบรรทุกไว้ขนวัตถุดิบเข้าโรงงานตัวเอง แบบนี้ต้องส่งคนไปอบรมและขึ้นทะเบียน TSM ตามกฎหมายไหม?”
บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจอย่างละเอียด เจาะลึกข้อกฎหมายตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง และไม่ต้องเสียเงินแต่งตั้ง TSM โดยไม่จำเป็นครับ
เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เราสามารถแบ่งประเภทรถบรรทุกและเงื่อนไขการบังคับใช้ TSM ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:
┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ TSM APPLICABILITY BY VEHICLE TYPE │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. รถกระบะบรรทุก 4 ล้อ (ป้ายเขียว) ──► ได้รับการยกเว้น* (ไม่ต้องมี TSM) │
│ 2. รถบรรทุกส่วนบุคคล 6 ล้อขึ้นไป (ป้ายขาว) ──► บังคับต้องมี TSM │
│ 3. รถบรรทุกวัตถุอันตราย (ทุกขนาด) ──► บังคับต้องมี TSM │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
“รถกระบะป้ายเขียว” หรือ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 4 ล้อ (ตัวหนังสือสีเขียว พื้นแผ่นป้ายสีขาว) ที่ใช้ในนามบุคคลหรือในนามบริษัท เพื่อขนส่งสินค้าของตนเอง เช่น รถกระบะตู้เย็นส่งอาหาร, รถกระบะคอกส่งพืชผลการเกษตร, หรือรถกระบะส่งสินค้าของร้านค้าส่ง
ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดการขนส่งที่ต้องจัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง กฎหมายมุ่งเน้นควบคุมรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะเป็นหลัก เนื่องจากขนาดและน้ำหนักของรถมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงสูงกว่า
ดังนั้น รถกระบะ 4 ล้อ ป้ายเขียว (และป้ายดำที่เป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล) จึงได้รับการยกเว้น ไม่ต้องแต่งตั้ง TSM
ข้อยกเว้นสำคัญ! (ที่ต้องระวัง):
หากรถกระบะ 4 ล้อ คันนั้น ถูกนำไปใช้นำส่ง “วัตถุอันตราย” ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย (เช่น แก๊สหุงต้ม, สารเคมีไวไฟ, ตัวทำละลายอุตสาหกรรม) กรณีนี้ จะต้องบังคับมี TSM ทันที ไม่ว่าจะใช้รถขนาดกี่ล้อก็ตาม
จุดนี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการโรงงานหรือบริษัทก่อสร้างมักเข้าใจผิด! หลายบริษัทคิดว่า “เราไม่ได้เป็นบริษัทขนส่งรับจ้าง (ไม่ใด้ใช้ป้ายเหลือง) เราแค่ขนเครื่องจักรหรือสินค้าของเราเอง ไม่น่าจะต้องมี TSM”
กฎหมาย TSM ไม่ได้ดูแค่ว่า “รับจ้างหรือไม่” แต่ดูที่ “ขนาดและลักษณะของยานพาหนะ” ด้วย
| ลักษณะรถบรรทุกส่วนบุคคล (ป้ายขาว) | ต้องมี TSM หรือไม่? | รายละเอียดตามข้อกำหนด |
รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป (เช่น รถตู้สิบล้อ, รถเทรลเลอร์ส่วนบุคคล) | บังคับต้องมี TSM | ไม่ว่าจะเป็นการขนสินค้าของตัวเอง หรือโรงงานตัวเอง หากใช้น้ำหนักรถบรรทุกขนาดใหญ่ ต้องจัดให้มี TSM ควบคุมความปลอดภัย |
| รถลากจูง / รถพ่วง | บังคับต้องมี TSM | จัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงบนท้องถนน |
| รถบรรทุกวัตถุอันตราย | บังคับต้องมี TSM | บังคับครอบคลุมทุกขนาด |
หากบริษัทของคุณจดทะเบียนเป็น ผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุก (ป้ายเหลือง – ตัวหนังสือสีดำ) เพื่อรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไปให้แก่บุคคลอื่น (Logistics Provider / รับจ้างขนส่ง)
ไม่ว่าจะมีรถกี่คัน: กฎหมายบังคับให้ต้องจัดให้มี TSM ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก
ไม่ว่าจะเป็นรถขนาดกี่ล้อ: หากจดทะเบียนเป็นรถขนส่งรับจ้างป้ายเหลือง จะต้องสอยผ่านและจัดตั้ง TSM ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ลองใช้คำถาม 3 ข้อนี้ในการประเมินบริษัทของคุณง่ายๆ ครับ:
บริษัทมีรถโดยสารสาธารณะ / รถตู้เช่าเหมา / รถโรงเรียน หรือไม่?
ใช่ ──► ต้องมี TSM
บริษัทมีรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป (ทั้งป้ายเหลืองรับจ้าง และป้ายขาวส่วนบุคคล) หรือไม่?
ใช่ ──► ต้องมี TSM
บริษัทมีรถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย (เคมีภัณฑ์, แก๊ส, น้ำมัน) หรือไม่?
ใช่ ──► ต้องมี TSM
บริษัทมีเฉพาะ “รถกระบะ 4 ล้อ ป้ายเขียว” ขนสินค้าทั่วไปของตัวเอง?
ใช่ ──► ได้รับการยกเว้น (ไม่ต้องมี TSM)
หากบริษัทของคุณมีเพียง “รถกระบะป้ายเขียว” สภาพเดิมๆ วิ่งส่งของทั่วไป สบายใจได้ครับว่า “ยังไม่ต้องส่งพนักงานไปอบรมเป็น TSM”
แต่หากธุรกิจของคุณเริ่มขยาย มีการใช้นำ รถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ (ป้ายขาว) เข้ามาใช้ในงานขนส่งของบริษัทเมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณเตือนทางกฎหมายว่า คุณจะต้องจัดหาและแต่งตั้ง TSM เข้ามารับผิดชอบการตรวจความพร้อมของรถและคนขับทันที เพื่อป้องกันบทลงโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท และปฏิเสธการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการครับ!