ในภาคการผลิต การค้าส่ง คลังสินค้า หรือแม้แต่ธุรกิจบริการหลายแห่ง ที่ไม่ได้เปิดบริษัทเป็น “ขนส่งรับจ้าง (ป้ายเหลือง)” โดยตรง แต่มียานพาหนะที่จดทะเบียนเป็น “รถขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว)” ไว้สำหรับขนย้ายสินค้า วัสดุอุปกรณ์ หรือวัตถุดิบของบริษัทเอง มักมีความเข้าใจผิดร้ายแรงว่า “บริษัทเราไม่ใช่โลจิสติกส์ คงไม่ต้องทำตามกฎหมาย TSM (Transport Safety Manager)”
ทว่าในความเป็นจริง กฎหมายกรมการขนส่งทางบกเรื่องการจัดให้มี บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) ครอบคลุมถึง “รถป้ายขาว” อย่างเข้มงวด และจุดที่น่าตกใจที่สุดสำหรับผู้ประกอบการหลายรายคือเกณฑ์จำนวนรถที่บังคับใช้!
บทความนี้จะพาไปไขคำตอบแบบเจาะลึกว่า รถป้ายขาวกี่คันประเภทไหนบ้างที่เข้าข่าย และองค์กรต้องเตรียมรับมืออย่างไรเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย
คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนที่สุดตามกฎหมายคือ: “มีแค่ 1 คัน ก็โดนบังคับให้ต้องมี TSM ทันที!” (หากเข้าเงื่อนไขประเภทและขนาดของรถ)
[ รถป้ายขาว (ขนส่งส่วนบุคคล) ] ──► [ ตรงตามประเภท/น้ำหนักที่กฎหมายกำหนด ] ──► [ มีเพียง 1 คัน = ต้องมี TSM ทันที! ]
ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าต้องมี fleet รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10–20 คันขึ้นไปถึงจะต้องแต่งตั้ง TSM แต่กฎหมายฉบับนี้พิจารณาจาก “ความเสี่ยงของประเภทรถ” เป็นหลัก ดังนั้น แม้บริษัทของคุณจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับส่งสินค้าของโรงงานเพียงแค่คันเดียว กฎหมายก็ถือว่ามีเกณฑ์ความเสี่ยงที่ต้องได้รับการบริหารจัดการความปลอดภัยโดย TSM แล้ว
ไม่ใช่รถป้ายขาวทุกคันในบริษัทที่จะต้องมี TSM (เช่น รถเก๋งประจำตำแหน่ง หรือรถกระบะแคปส่วนบุคคลทั่วไป) แต่กฎหมายจะเจาะจงไปที่ “รถป้ายขาวที่ใช้ในการขนส่งทางบกตามประเภทและน้ำหนัก” ดังต่อไปนี้:
┌─────────────────────────────────────────┐
│ TSM Criteria for White-Plate Vehicles │
└────────────────────┬────────────────────┘
│
┌────────────────────────────┼────────────────────────────┐
▼ ▼ ▼
[ 1. รถบรรทุกขนาดใหญ่ (สิบล้อ/ลากจูง) ] [ 2. รถขนส่งวัตถุอันตราย ] [ 3. รถบรรทุกขนาดกลาง (6 ล้อขึ้นไป) ]
• น้ำหนักรวมบรรทุก (GVW) • ทุกขนาดทุกน้ำหนัก • น้ำหนักรวมบรรทุก (GVW)
• เกิน 12,000 กิโลกรัม (12 ตัน) • ไม่ว่าจะมียานพาหนะกี่คัน • เกิน 2,200 กิโลกรัม ถึง 12,000 กก.
• มีเพียง **1 คัน** ต้องมี TSM • มีเพียง **1 คัน** ต้องมี TSM • (ตามระยะเวลาที่กฎหมายทยอยบังคับใช้)
ลักษณะรถ: รถบรรทุก 10 ล้อ, รถลากจูง (หัวลาก), รถพ่วง, รถเทรลเลอร์ ที่จดทะเบียนป้ายขาว (หมวดอักษรขึ้นต้นด้วยสัญลักษณ์ขนส่งส่วนบุคคล)
เกณฑ์บังคับ: มีเพียง 1 คัน ต้องจัดให้มี TSM ทันที
ลักษณะรถ: รถส่งสารเคมี, รถบรรทุกน้ำมัน, รถขนก๊าซ ที่ใช้ในกิจการของตนเอง
เกณฑ์บังคับ: มีเพียง 1 คัน ต้องจัดให้มี TSM ทันที (เนื่องจากเป็นยานพาหนะความเสี่ยงสูงมาก)
ลักษณะรถ: รถบรรทุก 6 ล้อขนาดกลาง หรือรถบรรทุก 4 ล้อใหญ่จดทะเบียนขนส่งส่วนบุคคล
เกณฑ์บังคับ: ถูกจัดอยู่ในกลุ่มแผนการบังคับใช้ตามลำดับเวลาของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งผู้ประกอบการต้องตรวจสอบสถานะวันบังคับใช้ของหมวดรถตนเองอย่างใกล้ชิด
หากบริษัทของคุณมีรถป้ายขาวที่เข้าข่ายมากกว่า 1 คัน กฎหมายได้กำหนด อัตราส่วนจำนวน TSM ต่อจำนวนยานพาหนะ ไว้ดังนี้:
| จำนวนรถป้ายขาวที่เข้าข่าย | จำนวน TSM ที่ต้องแต่งตั้งและขึ้นทะเบียน (อย่างน้อย) |
| 1 – 50 คัน | 1 คน |
| 51 – 100 คัน | 2 คน |
| 101 – 200 คัน | 3 คน |
| ทุกๆ 100 คันที่เพิ่มขึ้น | เพิ่ม TSM ขึ้นอีก 1 คน |
(หมายเหตุ: TSM 1 คน สามารถรับตำแหน่งดูแลบริษัทในเครือเดียวกันได้ตามเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด)
หลายบริษัทมักคิดว่า “เราไม่ได้วิ่งรับจ้าง ขนส่งคงไม่มาตรวจ” แต่นี่คือความเข้าใจที่เสี่ยงต่อการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption) เป็นอย่างมาก:
[ ไม่จัดให้มี TSM ] ──► [ ปรับสูงสุด 50,000 บาท ] ──► [ อายัดการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ]
│
▼
[ รถป้ายขาววิ่งส่งสินค้าไม่ได้ = ธุรกิจสะดุด ]
ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำปีได้: เมื่อถึงรอบการต่ออายุใบอนุญาตขนส่งส่วนบุคคล ระบบของกรมการขนส่งทางบกจะทำการตรวจสอบสถานะ TSM อัตโนมัติ หากพบว่าบริษัทยังไม่ได้แต่งตั้ง TSM ในระบบ tsmthai.dlt.go.th เอกสารการต่ออายุจะไม่ได้รับการอนุมัติ
โทษปรับทางกฎหมาย: มีโทษปรับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
ปัญหาคดีความเมื่อเกิดอุบัติเหตุ: หากรถบรรทุกป้ายขาวของบริษัทไปประสบอุบัติเหตุรุนแรงบนทางหลวง แล้วตรวจพบว่าบริษัทละเลยการมี TSM ตามที่กฎหมายบังคับ ผู้บริหารอาจถูกตั้งข้อหาประมาทเลินเล่อจากการขาดระบบบริหารจัดการความปลอดภัยตามมาตรฐาน
คำถามที่ว่า “รถป้ายขาว (ขนส่งส่วนบุคคล) แค่กี่คัน ถึงจะโดนบังคับให้ต้องมี TSM?”
คำตอบสั้นๆ ที่ผู้ประกอบการต้องจำให้ขึ้นใจคือ “หากเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่เกิน 12 ตัน หรือรถวัตถุอันตราย แค่มี 1 คันก็โดนบังคับทันที!”
อย่ารอให้ถึงวันหมดอายุใบอนุญาตขนส่งแล้วค่อยเริ่มหาทางแก้ไข ฝ่ายบริหารและ HR ควรทำการสำรวจกองรถ (Fleet) ขององค์กรตนเองตั้งแต่วันนี้ หากพบว่าเข้าข่าย ให้รีบส่งบุคลากร (เช่น จป.วิชาชีพ หรือหัวหน้าแผนกจัดส่ง) เข้ารับการอบรมหลักสูตร TSM เพื่อนำใบรับรองมาขึ้นทะเบียนและกดแต่งตั้งในระบบให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป