ในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ยุค 2569 การบริหารจัดการความปลอดภัยได้ก้าวข้ามรั้วโรงงานออกไปสู่ท้องถนนอย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังกฎกระทรวงของ กรมการขนส่งทางบก มีผลบังคับใช้ให้ผู้ประกอบการขนส่ง (ทั้งรถบรรทุกขนส่งสินค้า รถวัตถุอันตราย และรถโดยสารสาธารณะ) ต้องจัดให้มี ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า TSM (Transport Safety Manager) ส่งผลเกิดคำถามสำคัญในแวดวงเซฟตี้ว่า “ในเมื่อโรงงานเรามี จป. วิชาชีพ ที่เก่งเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว หรือมีผู้จัดการจัดส่งที่คุมกองรถมาเป็นสิบๆ ปี ทำไมคนกลุ่มนี้ยังต้องไปเข้าหลักสูตร อบรม TSM เพิ่มเติมอีก?” บทความนี้จะพาไปเจาะลึกคำตอบและโอกาสครั้งใหญ่ที่คุณไม่ควรพลาดครับ
อบรม TSM คือ หลักสูตรฝึกอบรมเพื่อสร้างและขึ้นทะเบียน ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSM) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบในการวางนโยบาย บริหารจัดการความเสี่ยง มอนิเตอร์พฤติกรรมพนักงานขับรถ และควบคุมดูแลยานพาหนะขององค์กรให้อยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัยสูงสุด โดยผู้ที่จะขึ้นทะเบียนในตำแหน่งนี้ได้ จะต้องผ่านกระบวนการอบรมตามโครงสร้างวิชาของรัฐ และสอบผ่านเกณฑ์การ สอบ TSM เท่านั้น
กฎหมายเปิดกว้างให้บุคคล 3 กลุ่มหลัก เข้าอบรมและขึ้นทะเบียนเป็น TSM ได้แก่:
กลุ่ม จป. วิชาชีพ: จบปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัยฯ หรือเทียบเท่า (กลุ่มนี้มีความได้เปรียบสูงในการต่อยอดวิชาชีพ)
กลุ่มผู้มีประสบการณ์: ทำงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการขนส่ง คุมกองรถ ($Fleet$) วางแผนจัดส่งมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
กลุ่มผู้จบการศึกษาตรงสาย: จบอนุปริญญาหรือปริญญาตรี สาขาการจัดการโลจิสติกส์ วิศวกรรมขนส่ง หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่า จป. วิชาชีพ จะมีความเชี่ยวชาญกฎหมายเซฟตี้แรงงาน ($OSHA$) หรือผู้จัดการกองรถจะชำนาญเส้นทางหน้างาน แต่ “พลศาสตร์และความเสี่ยงทางถนน ($Road\,Safety\,Dynamic$)” มีบริบทเฉพาะตัวที่ตำราเดิมไม่ได้ระบุไว้ นี่คือ 3 เหตุผลที่ต้องมาเรียนรู้ระบบ TSM เพิ่มเติม:
จป. วิชาชีพ มักคุ้นเคยกับกฎหมายความปลอดภัยในสถานประกอบการ แต่หลักสูตร TSM จะเน้นหนักไปที่ข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก กฎหมายชั่วโมงการทำงานของนักขับ และระเบียบการบรรทุกน้ำหนักที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งแฝงสำคัญที่ส่งผลต่อการโดนปรับและคดีความของบริษัท
ผู้จัดการขนส่งเดิมอาจเน้นแค่ “ส่งของให้ไวที่สุด” แต่ TSM จะสอนการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของจุดเสี่ยง/จุดอับบนถนนทั่วประเทศ ($Black\,Spot$) เพื่อนำมาวางแผนร่วมกับระบบ GPS Tracking หลังบ้านในการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ และกำหนดมาตรการ ขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ อย่างเป็นระบบ
วิชา TSM จะสอนลึกไปถึงมเอดิคัลเซฟตี้ของคนขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ การตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ($Sleep\,Apnea$) และจิตวิทยาการตักเตือนพนักงานเมื่อขับรถเร็วเกินกำหนด ซึ่งแตกต่างจากการคุมความปลอดภัยของพนักงานฝ่ายผลิตในโรงงาน
เมื่อ จป. วิชาชีพ หรือผู้มีประสบการณ์ ผ่านการ สอบ TSM และได้รับใบอนุญาตแล้ว บทบาทของพวกเขาจะกลายเป็น “ผู้ควบคุมระบบโลจิสติกส์ 360 องศา” โดยทำหน้าที่ประสานงานเชื่อมโยงไปยังหน้างานปฏิบัติการ:
เชื่อมโยงงานคลังสินค้า: TSM จะเข้าไปกำหนดระเบียบ คุมเข้มให้พนักงานขับรถยกในคลังต้องผ่านการ อบรม Forklift เพื่อคว้า ใบเซอร์รถยก และตรวจเช็ครถยกก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
เชื่อมโยงงานกู้ชีพ/ขนส่งการแพทย์: ในกรณีที่เป็นโรงพยาบาลหรือนิคมอุตสาหกรรม TSM จะเป็นผู้วางแผนจัดตารางส่งคนขับรถฉุกเฉินเข้ารับการ อบรม EVOC หรือคอร์ส EVOC ฟื้นฟู ทุกๆ 3 ปี เพื่อรีเฟรชทักษะพวงมาลัยในวินาทีชีวิต
สำหรับ จป. วิชาชีพ: การมี Double License (ใบเซอร์ จป.วิชาชีพ + ใบอนุญาต TSM) จะทำให้คุณกลายเป็นบุคลากรระดับ $Premium$ ที่ตลาดแรงงานยุคนี้ต้องการตัวมากที่สุด เพราะองค์กรสามารถแต่งตั้งให้ควบสองตำแหน่งได้ ช่วยเปิดโอกาสในการอัปฐานเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับบริหารได้เร็วกว่าเดิม
สำหรับผู้มีประสบการณ์: ช่วยเปลี่ยนจาก “หัวหน้าท่ารถ” หรือ “คนจัดตารางเดินรถ” ให้กลายเป็น “ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง” ที่มีประกาศนียบัตรรับรองจากภาครัฐอย่างเป็นทางการ เพิ่มความมั่นคงและความน่าเชื่อถือในโปรไฟล์การทำงานอย่างยั่งยืน
| มิติการเรียนรู้ | ความรู้เดิม (จป. / ผู้จัดการกองรถ) | สิ่งที่จะได้รับเพิ่มหลังจาก อบรม TSM |
| 1. ขอบเขตพื้นที่ | เน้นความปลอดภัยภายในรั้วโรงงาน/คลังสินค้า | ขยายการควบคุมสู่การขนส่งบนท้องถนนสาธารณะ |
| 2. เทคโนโลยีที่ใช้ | ตรวจสอบนั่งร้าน เครื่องจักร อุปกรณ์เซฟตี้ส่วนบุคคล | ใช้ระบบ GPS Tracking มอนิเตอร์พฤติกรรมนักขับแบบเรียลไทม์ |
| 3. การบริหารคน | คุมชั่วโมงการทำงานทั่วไปในไลน์ผลิต | จัดการบริหารความเหนื่อยล้าและชั่วโมงการนอนของคนขับรถ |
| 4. ความก้าวหน้า | เติบโตตามสายงานเซฟตี้โรงงาน หรือสายงานจัดส่งเดิม | ยกระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญ Dual License เนื้อหอมที่สุดในยุค 69 |
การส่งบุคลากรเข้า อบรม TSM จึงไม่ใช่เพียงแค่การทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงค่าปรับ แต่คือการลงทุนอัปเกรด “มันสมอง” ของระบบโลจิสติกส์ในองค์กรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยุคนี้ใครคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ก่อน…คนนั้นคือผู้ได้เปรียบในสายงานอาชีพความปลอดภัยด้านการขนส่งครับ
หากคุณเป็น จป. วิชาชีพ, ผู้บริหารกองรถ หรือผู้มีประสบการณ์คลังสินค้า ที่ต้องการเข้า อบรม TSM เพื่อเตรียมตัวลงสนาม สอบ TSM ประจำปี 2569 ให้ผ่านฉลุยในรอบเดียว เลือกเรียนรู้ร่วมกับ ไอดีไดร์ฟ (ID Drive)
เราคือสถาบันฝึกอบรมชั้นนำของประเทศที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก โดดเด่นด้วยเนื้อหาหลักสูตรที่เข้มข้น ตรงประเด็น สรุปแนวข้อสอบ TSM ที่อัปเดตใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยทีมวิทยากรระดับผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา นอกจากนี้เรายังเป็นศูนย์รวมบริการเซฟตี้องค์กรครบวงจร รองรับทั้งหลักสูตรหน้างานปฏิบัติการอย่าง อบรม Forklift (เพื่อรับใบเซอร์รถยก) และหลักสูตร อบรม EVOC (สำหรับรถปฏิบัติการฉุกเฉิน) ครบจบเรื่องเซฟตี้โลจิสติกส์ในที่เดียว