"อยากเป็น TSM ต้องเริ่มอย่างไร?": เจาะลึกคุณสมบัติและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง

“อยากเป็น TSM ต้องเริ่มอย่างไร?”: เจาะลึกคุณสมบัติและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง

“อยากเป็น TSM ต้องเริ่มอย่างไร?”: เจาะลึกคุณสมบัติและขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง

ในยุคที่ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มงวด อาชีพ “ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน” (Transport Safety Manager: TSM) ได้กลายเป็นหนึ่งในสายงานที่ตลาดแรงงานมีความต้องการสูงมากและกำลังเป็นที่จับตามอง

บทบาทของ TSM ตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่งตามกฎหมาย แต่คือ “หัวเรือใหญ่” ในการบริหารจัดการความเสี่ยง ควบคุมฟลีตรถ ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถ และป้องกันอุบัติเหตุของสถานประกอบการขนส่งทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้ คำถามยอดฮิตคือ “ต้องเริ่มอย่างไร? จบอะไรมาถึงจะทำได้? และมีขั้นตอนการขึ้นทะเบียนอย่างไร?” บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมอย่างละเอียด

1. เช็กความพร้อม: ใครบ้างที่มีสิทธิ์เป็น TSM? (คุณสมบัติและช่องทางสมัคร)

กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ขอรับหนังสือรับรองเป็น TSM ไว้อย่างชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตรงสายและผู้ที่มีประสบการณ์ในสายงานขนส่งสามารถเข้าสู่วิชาชีพนี้ได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก ดังนี้:

                               ┌─────────────────────────────────────────┐
                               │     TSM Qualification & Entry Paths     │
                               └────────────────────┬────────────────────┘
                                                    │
       ┌────────────────────────────────────────────┴────────────────────────────────────────────┐
       ▼                                                                                         ▼
[ เส้นทางที่ 1: วุฒิการศึกษาตรงสาย ]                                               [ เส้นทางที่ 2: วุฒิการศึกษาอื่น + อบรม/ประสบการณ์ ]
• ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาวิศวกรรมขนส่ง/โลจิสติกส์                                  • ปวส. ขึ้นไป หรือปริญญาตรีสาขาอื่น
• ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย (จป.วิชาชีพ)              • มีประสบการณ์ทำงานด้านการขนส่ง/ความปลอดภัยตามเกณฑ์
• สามารถเข้าสู่กระบวนการทดสอบความรู้ได้โดยตรง                                    • ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร TSM จากสถาบันที่รับรองก่อนสอบ

เส้นทางที่ 1: วุฒิการศึกษาตรงสาย (Direct Academic Pathway)

ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรง สามารถนำหลักฐานการศึกษาไปยื่นสมัครทดสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น TSMได้ทันที สาขาวิชาที่ได้รับการรับรอง ได้แก่:

  • สาขาวิศวกรรมศาสตร์: วิศวกรรมขนส่ง, วิศวกรรมโลจิสติกส์, วิศวกรรมยานยนต์

  • สาขาการจัดการ/โลจิสติกส์: การจัดการการขนส่ง, การจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน

  • สาขาสุขศาสตร์และความปลอดภัย: สุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย (ผู้ที่จบคุณวุฒิ จป.วิชาชีพ)

เส้นทางที่ 2: วุฒิการศึกษาอื่น ร่วมกับ การอบรมและประสบการณ์ (Training & Experience Pathway)

หากไม่ได้จบปริญญาตรีในสาขาข้างต้น กฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้ สามารถก้าวสู่การเป็น TSM ได้:

  • วุฒิ ปวส. หรือ ปริญญาตรีสาขาอื่น ๆ: ที่มีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการขนส่ง การควบคุมฟลีตรถ หรือด้านความปลอดภัยการขนส่งมาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กรมฯ กำหนด

  • ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร TSM: เข้ารับการอบรมหลักสูตรผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน จากสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานฝึกอบรมที่ได้รับอนุมัติจากกรมการขนส่งทางบก (ระยะเวลาอบรมตามโครงสร้างหลักสูตรมาตรฐาน) เพื่อนำใบรับรองการผ่านการอบรมไปใช้เป็นหลักฐานในการสมัครสอบ

2. Roadmap 4 ขั้นตอน: จากผู้สนใจสู่การขึ้นทะเบียนเป็น TSM มืออาชีพ

กระบวนการก้าวสู่การเป็น TSM ที่ได้รับหนังสือรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนดังนี้:

              ┌─────────────────────────────────────────┐
              │      TSM Registration Roadmap 4 Steps   │
              └────────────────────┬────────────────────┘
                                   │
      ┌────────────────────────────┼────────────────────────────┐
      ▼                            ▼                            ▼
[ Step 1: Self-Audit ]       [ Step 2: Training ]         [ Step 3: Examination ]       [ Step 4: Registration ]
เช็กวุฒิการศึกษา & ประสบการณ์  อบรมหลักสูตร TSM (กรณีวุฒิไม่ตรง) สอบวัดความรู้กับกรมการขนส่งฯ  ขึ้นทะเบียนในระบบ TSM 

Step 1: ตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสาร (Self-Audit & Document Preparation)

สำรวจตนเองว่าเข้าเงื่อนไขในเส้นทางใด จากนั้นเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, สำเนาวุฒิการศึกษา (Transcript), หนังสือรับรองการทำงาน (กรณีใช้วุฒิ ปวส. หรือประสบการณ์), และหนังสือรับรองการผ่านการอบรม TSM (ถ้ามี)

Step 2: เข้ารับการอบรมหลักสูตร TSM (Training Course)

สำหรับผู้ที่ต้องผ่านการอบรม ให้ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันฝึกอบรมที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง เนื้อหาการอบรมจะครอบคลุม 5 หมวดวิชาหลัก ได้แก่:

  1. กฎหมายการขนส่งทางถนนและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

  2. การบริหารจัดการผู้ขับรถ (Driver Management)

  3. การบริหารจัดการยานพาหนะ (Vehicle Management)

  4. การบริหารจัดการการขนส่งและการบรรทุก (Transport & Cargo Management)

  5. การวิเคราะห์และการจัดการสภาวะฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency & Accident Management)

Step 3: สมัครและเข้ารับการทดสอบความรู้ (Examination)

ยื่นสมัครทดสอบความรู้ผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก การสอบจะเป็นข้อสอบวัดความรู้เชิงทฤษฎีและกรณีศึกษา (Case Studies) เพื่อทดสอบความเข้าใจในมาตรการความปลอดภัย กฎหมายการจราจร และการบริหารจัดการฟลีตรถจริง โดยผู้สอบต้องได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่กรมฯ กำหนด

Step 4: ยื่นขอหนังสือรับรองและขึ้นทะเบียน (Registration & Certification)

เมื่อสอบผ่านการทดสอบความรู้แล้ว ให้ดำเนินการยื่นขอ หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางถนน ผ่านระบบอนุมัติของกรมการขนส่งทางบก เมื่อได้รับหนังสือรับรองแล้ว รายชื่อจะถูกบรรจุเข้าสู่ฐานข้อมูล TSM Central Database และพร้อมรับการแต่งตั้งจากสถานประกอบการขนส่ง

3. ตารางสรุปเปรียบเทียบ: ผู้สมัครสายวุฒิตรง VS ผู้สมัครสายอบรม/ประสบการณ์

มิติการเปรียบเทียบสายวุฒิการศึกษาตรง (Direct Degree)สายอบรม + ประสบการณ์ (Training & Experience)
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี (วิศวฯ ขนส่ง / โลจิสติกส์ / จป.วิชาชีพ)ปวส. ขึ้นไป หรือ ปริญญาตรีสาขาอื่น ๆ
เงื่อนไขการอบรม TSMยกเว้น ไม่ต้องผ่านการอบรม ยื่นสอบได้ทันทีจำเป็น ต้องผ่านการอบรมหลักสูตร TSM จากสถาบันที่รับรอง
ประสบการณ์ทำงานไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ตรงต้องมีหนังสือรับรองประสบการณ์ทำงานด้านขนส่ง/ความปลอดภัย
การทดสอบความรู้ (Exam)ต้องสอบ ข้อสอบมาตรฐานกรมการขนส่งฯต้องสอบ ข้อสอบมาตรฐานกรมการขนส่งฯ
การขึ้นทะเบียนและรับรองได้รับหนังสือรับรอง TSM เหมือนกันได้รับหนังสือรับรอง TSM เหมือนกัน

4. โอกาสทางอาชีพและความก้าวหน้าของ TSM ในภาคอุตสาหกรรม

หลังจากขึ้นทะเบียนเป็น TSM เรียบร้อยแล้ว โอกาสในการเติบโตในสายงานถือว่าเปิดกว้างอย่างมาก เนื่องจากกฎหมายบังคับให้สถานประกอบการขนส่งหลายประเภทต้องจัดให้มี TSM ประจำองค์กร:

[ ตลาดงานรองรับ TSM ] ──► บริษัทขนส่งวัตถุอันตราย / สารเคมี / น้ำมัน
                      ──► บริษัทรถบัสเช่าเหมา / รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่
                      ──► บริษัทโลจิสติกส์และขนส่งสินค้าบรรทุกหนัก (10 ล้อ/หัวลาก)
                      ──► องค์กรขนาดใหญ่ที่มีฟลีตรถขนส่งของตนเอง (In-house Logistics)
  1. บทบาทในองค์กร: TSM สามารถทำหน้าที่เป็นผู้บริหารฟลีตรถ (Fleet Manager), ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัยการขนส่ง (Transport Safety Director) หรือที่ปรึกษาด้านระบบมาตรฐานการขนส่ง (TSM / ISO 39001 Consultant)

  2. การปฏิบัติงานแบบประจำและสัญญาจ้าง: TSM สามารถปฏิบัติงานแบบเป็นพนักงานประจำของบริษัทขนส่ง หรือทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูแลฟลีตรถให้แก่สถานประกอบการตามเงื่อนไขที่กฎหมายอนุญาต

  3. การต่ออายุหนังสือรับรอง: หนังสือรับรอง TSM มีอายุตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด TSM จะต้องเข้ารับการอบรมทบทวน (Refresher Course) หรือสะสมชั่วโมงการทำงานเพื่อยื่นขอต่ออายุหนังสือรับรองอย่างต่อเนื่อง เพื่ออัปเดตเทคโนโลยีและกฎหมายใหม่ๆ

บทสรุป: เริ่มต้นวันนี้ เพื่อก้าวสู่เส้นทางอาชีพแห่งอนาคต

การเริ่มต้นก้าวสู่เส้นทาง TSM (Transport Safety Manager) ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เริ่มต้นจากการตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง เลือกรอบการอบรมจากสถาบันที่ได้รับมาตรฐาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบความรู้

อาชีพ TSM ไม่ได้มอบเพียงแค่โอกาสทางความก้าวหน้าในสายงานโลจิสติกส์เท่านั้น แต่ยังเป็นวิชาชีพที่มีทรงคุณค่าต่อสังคม เพราะทุกๆ มาตรการความปลอดภัยที่ TSM วางไว้ในองค์กร หมายถึง “การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน” ให้เดินทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกๆ วัน

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน