TrainingZenter
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
แผนที่ตั้งของศูนย์เทรนนิ่งเซนเตอร์แต่ละสาขา
ให้บริการ
หลักสูตร Defenive Drivng
TSM บุคลากรจักการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ฝึกอบรมความปลอดภัย Safety
ฝึกอบรมรับรองมาตรฐานอาชีพ TPQI
ที่ปรึกษา Q-mark รถขนส่ง
ฝึกอบรมพนักงานขับรถปฎิบัติการฉึกเฉิน EVOC
เรียนฝึกอบรมทดสอบควบคุมรถยก Forklift
ตรวจรถขนส่งมาตรฐานความปลอดภัย
ฝึกอบรมพร้อมสอบและต่อใบขับขี่
ให้บริการอื่นๆ
บทความและความรู้
ข่าวสาร/กิจกรรม
ตรวจสอบใบ Certificate
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
แผนที่ตั้งของศูนย์เทรนนิ่งเซนเตอร์แต่ละสาขา
ให้บริการ
หลักสูตร Defenive Drivng
TSM บุคลากรจักการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ฝึกอบรมความปลอดภัย Safety
ฝึกอบรมรับรองมาตรฐานอาชีพ TPQI
ที่ปรึกษา Q-mark รถขนส่ง
ฝึกอบรมพนักงานขับรถปฎิบัติการฉึกเฉิน EVOC
เรียนฝึกอบรมทดสอบควบคุมรถยก Forklift
ตรวจรถขนส่งมาตรฐานความปลอดภัย
ฝึกอบรมพร้อมสอบและต่อใบขับขี่
ให้บริการอื่นๆ
บทความและความรู้
ข่าวสาร/กิจกรรม
ตรวจสอบใบ Certificate
เจาะลึกใบขับขี่ประเภท 2 (บ.2 และ ท.2): คู่มือครบถ้วนสำหรับผู้ที่ต้องการขับรถบรรทุกและรถสาธารณะ
สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถขนส่งหรือขับรถขนาดใหญ่ การมี
ใบอนุญาตขับรถประเภท 2
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นใบอนุญาตที่ครอบคลุมการขับขี่รถได้หลายประเภทมากกว่าใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลทั่วไป
1. ใบขับขี่ประเภท 2 คืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร?
ใบอนุญาตขับรถประเภท 2 แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ตามลักษณะการใช้งานและสีของป้ายทะเบียนรถ ดังนี้:
ใบอนุญาตขับรถ บ.2 (ประเภทส่วนบุคคล):
คือใบอนุญาตสำหรับขับรถเพื่อ
ขนส่งส่วนบุคคล
โดยรถที่ใช้จะมีป้ายทะเบียน
พื้นสีขาว
ใบอนุญาตขับรถ ท.2 (ทุกประเภท):
คือใบอนุญาตที่ใช้สำหรับ
การขนส่งได้ทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งเพื่อการค้า ธุรกิจส่วนตัว หรือ
การขนส่งเพื่อรับจ้าง
เช่น การขนส่งคนหรือสิ่งของ โดยรถที่ใช้จะมีป้ายทะเบียน
พื้นสีเหลือง
ข้อจำกัดสำหรับชาวต่างชาติ:
สำหรับบุคคลต่างด้าวหรือชาวต่างชาติ จะสามารถทำได้เพียงชนิด
บ.2 เท่านั้น
ไม่สามารถทำชนิด ท.2 ได้
2. ใบขับขี่ประเภท 2 ใช้ขับรถอะไรได้บ้าง?
ผู้ที่ถือใบอนุญาตประเภท บ.2 และ ท.2 จะสามารถขับรถได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถที่อนุญาตตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ดังนี้:
รถบรรทุกและรถขนาดใหญ่:
ได้แก่ รถบรรทุก 6-10 ล้อ, รถบัส และรถดัมพ์
รถตู้สาธารณะ:
(สำหรับประเภท ท.2)
รถยนต์ตาม พรบ. รถยนต์:
ครอบคลุมถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1), รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลหรือรถกระบะ (รย.3)
3. คุณสมบัติและเอกสารที่ต้องเตรียม
การขอรับใบอนุญาตประเภทนี้มีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าใบขับขี่ทั่วไป เพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง:
อายุ:
ผู้สมัครต้องมีอายุ
ไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์
การตรวจสอบประวัติ:
สำหรับผู้ที่ต้องการใบอนุญาต
ท.2 จะต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
โดยต้องไม่เคยได้รับโทษจำคุกในความผิดที่กฎหมายกำหนด หรือหากเคยต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ยกเว้นความผิดลหุโทษหรือประมาท)
เอกสารที่ใช้:
ต้องเตรียม
บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
และ
ใบรับรองแพทย์
ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ออกเอกสาร
4. ขั้นตอนการทดสอบและการเรียน
เพื่อให้มั่นใจในทักษะการขับขี่ ผู้สมัครต้องผ่านกระบวนการดังนี้:
การทดสอบร่างกาย:
จะมีการตรวจตาบอดสี, ทดสอบการตัดสินใจในการเบรก, รวมถึงเช็กสายตาทางลึกและทางกว้าง
การสอบปฏิบัติ:
ต้องใช้
รถ 6 ล้อขึ้นไป
ในการทดสอบขับรถ
หลักสูตรการเรียน:
กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ต้องเรียนตามหลักสูตร ซึ่งหากเป็นผู้ที่
มีใบอนุญาตขับรถยนต์อยู่แล้วจะต้องเรียน 30 ชั่วโมง
แต่หากไม่มีต้องเรียนหลักสูตร
41 ชั่วโมง
โดยต้องมีการสแกนลายนิ้วมือตลอดการเรียน
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
การใช้ในต่างประเทศ:
ใบขับขี่แบบ Smart Card ของไทย สามารถนำไปใช้ขับรถใน
10 ประเทศกลุ่มอาเซียน
ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำใบขับขี่สากล
การจองคิว:
ปัจจุบันสามารถเพิ่มความสะดวกได้ด้วยการจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน
DLT Smart Queue
หากคุณสนใจจะพัฒนาทักษะเพื่อสอบใบขับขี่ประเภทนี้ สามารถเลือกเรียนกับโรงเรียนสอนขับรถที่มีมาตรฐาน เช่น
โรงเรียนสอนขับรถ ยูพีดี
ที่มีหลายสาขาครอบคลุมพื้นที่ เช่น นนทบุรี, รามอินทรา และรังสิต เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างมืออาชีพ
ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line:
@tzct
โทร:
094-395-5222
Facebook:
TSM Center
Facebook
Line
Youtube
DDC
,
TrainingCenter (TZ)
,
TZ Training Zenter
,
ศูนย์เทรนนิ่งเซ็นเตอร์