เปิดภารกิจ 5 ด้านของ TSM: ในแต่ละวัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง? (พร้อมเจาะลึกความสำคัญของหลักสูตรอบรม TSM)

เปิดภารกิจ 5 ด้านของ TSM: ในแต่ละวัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง? (พร้อมเจาะลึกความสำคัญของหลักสูตรอบรม TSM)

เปิดภารกิจ 5 ด้านของ TSM: ในแต่ละวัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง? (พร้อมเจาะลึกความสำคัญของหลักสูตรอบรม TSM)

ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ยุคใหม่ คำว่า TSM (Transport Safety Manager) หรือ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งที่มีไว้บนกระดาษเพื่อให้ผ่านข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น แต่คือ “ผู้กุมแส้และโล่ป้องกันความเสี่ยง” ที่ดูแลชีวิต พนักงาน สินค้า และทรัพย์สินขององค์กรตลอด 24 ชั่วโมง

คำถามสำคัญที่ทั้งผู้ประกอบการและผู้ที่กำลังสนใจเข้าสู่สายงานนี้อยากรู้คือ: ในแต่ละวัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง? งาน 5 ด้านตามกฎหมายแปลงออกมาเป็นเวิร์กโฟลว์ปฏิบัติจริงอย่างไร? และทำไมการผ่าน “หลักสูตรอบรม TSM” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ขาดไม่ได้?

Part 1: Routine Daily Checklist — ใน 1 วัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง?

หากมองตามวงรอบการทำงานประจำวัน (Daily Operational Routine) ภารกิจทั้ง 5 ด้านตามที่กฎหมายกำหนดจะถูกสอดแทรกอยู่ในทุกๆ ช่วงเวลาของการทำงาน ดังนี้:

1. ช่วงเช้าก่อนปล่อยรถ (Pre-Operation & Fit for Duty)

  • ตรวจความพร้อมของคนขับ (Driver Readiness):

    • ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผ่านลมหายใจ (Must be 0 mg%)

    • สุ่มตรวจสารเสพติดในปัสสาวะตามรอบการสุ่ม

    • ประเมินภาวะความเหนื่อยล้า (Fatigue Check) และสอบถามชั่วโมงการนอนหลับก่อนหน้า

    • ตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตขับรถ (ตรงประเภทและยังไม่หมดอายุ)

  • กำกับดูแลการตรวจเช็กรถประจำวัน (Vehicle Daily Inspection):

    • ตรวจสอบใบบันทึกการตรวจรถก่อนใช้งาน (Walk-around Checklist) ที่พนักงานขับรถส่งมา

    • สุ่มตรวจสภาพรถจริง (ยาง ระบบไฟ ลมเบรก ตัวล็อกตู้สินค้า/สลักบิด Container Lock)

2. ช่วงระหว่างการเดินทาง (In-Transit & Operation Monitoring)

  • ติดตามผ่านระบบ GPS Real-time:

    • เฝ้าระวังการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด (Over Speed)

    • ตรวจสอบพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเบรกกระทันหัน (Harsh Braking) หรือการขับรถติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก

    • ตรวจสอบสถานะการจอดพักรถ ณ จุดพักรถที่ปลอดภัย (Rest Area)

  • การจัดการการบรรทุก (Cargo Securing Check):

    • กำกับดูแลขั้นตอนการขึ้น-ลงสินค้า ให้เป็นไปตามมาตรฐานการกระจายน้ำหนักลงแกนเพลา (Axle Weight Limit)

    • ตรวจสอบอุปกรณ์ยึดตรึงสินค้า ( สายรัด Ratchet Strap, ไม้หมอน, สาย chain) ว่าได้มาตรฐานและแน่นหนา

3. ช่วงเย็น/หลังจบภารกิจ (Post-Operation & Data Analysis)

  • สรุปรายงานประจำวัน (Daily Safety Report):

    • รวบรวมสถิติการเตือนจากระบบ GPS และนำมาจัดลำดับพนักงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง (High-Risk Drivers)

    • บันทึกรายการชำรุดของรถที่พบระหว่างวัน ลงในระบบแจ้งซ่อมเพื่อเข้ากระบวนการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance – PM)

  • เตรียมความพร้อมแผนงานวันถัดไป:

    • วางแผนเส้นทางและการประเมินความเสี่ยงเส้นทางใหม่ (Route Risk Assessment) ร่วมกับฝ่ายจัดส่ง

Part 2: เจาะลึกภารกิจ 5 ด้านตามกฎหมาย TSM

เมื่อนำกิจกรรมประจำวันมาจัดหมวดหมู่ตามหลักเกณฑ์กรมการขนส่งทางบก จะแบ่งเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้:

                  ┌─────────────────────────────────────────┐
                  │          ภารกิจ 5 ด้านของ TSM           │
                  └────────────────────┬────────────────────┘
                                       │
     ┌─────────────────┬───────────────┼───────────────┬─────────────────┐
     │                 │               │               │                 │
┌────┴──────────┐ ┌────┴─────────┐ ┌───┴──────────┐ ┌──┴───────────┐ ┌───┴──────────┐
│ 1.การจัดการรถ │ │ 2.การจัดการ  │ │ 3.การจัดการ  │ │ 4.การบรรทุก/ │ │ 5.การประเมิน │
│ (Vehicle)     │ │   พนักงาน    │ │   การเดินรถ  │ │   การโดยสาร   │ │   และรายงาน  │
│               │ │   (Driver)   │ │  (Operation) │ │    (Cargo)    │ │   (Evaluation│
└───────────────┘ └──────────────┘ └──────────────┘ └──────────────┘ └──────────────┘
  1. ด้านการจัดการรถ (Vehicle Management): จัดทำแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ตรวจสภาพรถตามระยะ วางระบบแจ้งซ่อม และดูแลอุปกรณ์ความปลอดภัยฉุกเฉินประจำรถ

  2. ด้านการจัดการผู้ขับรถ (Driver Management): การคัดเลือกพนักงาน จัดทำประวัติ อบรมความรู้เรื่องการขับรถอย่างปลอดภัย (Defensive Driving) และควบคุมชั่วโมงการทำงาน

  3. ด้านการจัดการการเดินรถ (Operation Management): กำหนดเส้นทางจุดพักรถ จุดสุ่มเสี่ยง ติดตามความเร็วและตำแหน่งรถด้วย GPS ตลอด 24 ชั่วโมง

  4. ด้านการจัดการการบรรทุกและการโดยสาร (Cargo & Passenger Management): ควบคุมน้ำหนักบรรทุก เทคนิคการจัดวางและผูกรัดสินค้าอย่างถูกต้อง รวมทั้งการจัดการขนส่งวัตถุอันตราย (Dangerous Goods)

  5. ด้านการวิเคราะห์และประเมินผล (Safety Evaluation & Reporting): การเก็บสถิติอุบัติเหตุ การสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) และทำรายงานตามแบบ สอ.1 / สอ.2 เพื่อเสนอผู้บริหารและส่งกรมขนส่งฯ

Part 3: ทำไม “หลักสูตรอบรม TSM” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง?

หลายองค์กรอาจมองว่างาน TSM เป็นเรื่องของการใช้ความระมัดระวังทั่วไป แต่ในความเป็นจริง งาน TSM คือการบริหารจัดการระบบความเสี่ยง (Risk Management) ที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางอย่างสูง ทำให้การผ่านการเข้าอบรมใน หลักสูตร TSM มีความสำคัญใน 4 มิติหลัก:

1. ปลูกฝังข้อกฎหมายและระเบียบบังคับได้อย่างถูกต้อง (Legal Compliance)

กฎหมายขนส่งทางบกมีการอัปเดตและมีรายละเอียดลึกซึ้ง หลักสูตร TSM ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจข้อกำหนดเชิงกฎหมาย บทลงโทษ สิทธิหน้าที่ และขั้นตอนการจัดทำเอกสารหลักฐานอย่างถูกต้องตามมาตรฐานกรมขนส่งฯ ป้องกันไม่ให้บริษัทถูกสั่งปรับสูงถึง 50,000 บาท หรือถูกสั่งหยุดประกอบการ

2. เปลี่ยนจาก “การตั้งรับ” เป็น “การป้องกันเชิงรุก” (Proactive vs Reactive)

คนส่วนใหญ่มักแก้ปัญหาเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว แต่หลักสูตร TSM จะสอนเทคนิคการวิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น การนำข้อมูล GPS มาทำ Predictive Analytics เพื่อเตือนพฤติกรรมเสี่ยงก่อนจะกลายเป็นอุบัติเหตุจริง การวางแผนตรวจเช็กรถล่วงหน้าก่อนที่อะไหล่สำคัญจะพังกลางทาง

3. ยกระดับการจัดการข้อมูลและการสอบสวนอุบัติเหตุ (Data-Driven Safety)

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น TSM ที่ผ่านการอบรมจะสามารถสอบสวนอุบัติเหตุ (Accident Investigation) ตามหลักสากล หาปัจจัยแวดล้อมที่แท้จริง (คน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม) ไม่ใช่เพียงโทษพนักงานขับรถ เพื่อนำข้อมูลมาวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซากในจุดเดิม

4. สร้าง ROI (Return on Investment) มหาศาลให้องค์กร

การส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม TSM ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่าย” แต่คือ “การลงทุน” เพราะ TSM ที่มีความรู้จริงจะช่วยองค์กร:

  • ลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จากการควบคุมพฤติกรรมเหยียบคันเร่งเกินจำเป็น

  • ลดค่าซ่อมบำรุงและค่ายาง จากระบบ Preventive Maintenance

  • ลดเบี้ยประกันภัย และค่าสินไหมทดแทนจากอุบัติเหตุ

  • สร้างความเชื่อถือเพื่อชนะการประมูลงาน จากลูกค้ารายใหญ่ที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

สรุป

ตำแหน่ง TSM จึงไม่ใช่แค่คนตรวจตารางงาน แต่คือ “เสาหลักด้านความปลอดภัย” ที่เปลี่ยนความเสี่ยงบนท้องถนนให้กลายเป็นความราบรื่นในการขนส่ง และเปลี่ยนแนวคิดเรื่องความปลอดภัยจาก “หน้าที่” ให้กลายเป็น “วัฒนธรรมองค์กร” อย่างแท้จริง การเข้าอบรมหลักสูตร TSM จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการสร้างระบบบริหารจัดการขนส่งที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน