หนึ่งในประเด็นที่สร้างความสับสนและเป็นข้อถกเถียงมากที่สุดในวงการอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) คือเรื่องของ “บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง” หรือ TSM (Transport Safety Manager)
คำถามยอดฮิตที่กรมการขนส่งทางบกและผู้เชี่ยวชาญมักถูกถามอยู่เสมอคือ “บริษัทเรามีรถบรรทุกไว้ขนส่งสินค้าตัวเอง ต้องมีไหม?”, “โรงงานเรามีรถบัสสวัสดิการรับ-ส่งพนักงาน ถือเป็นขนส่งหรือเปล่า?” หรือ “มีรถแค่ 2-3 คัน กฎหมายบังคับหรือยัง?”
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกณฑ์บังคับตามกฎหมาย กฎกระทรวง และประกาศกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบตนเองได้อย่างถูกต้องและชัดเจนที่สุด
ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก การพิจารณาว่าองค์กรเข้าข่ายต้องมี TSM หรือไม่ ไม่ได้ดูเฉพาะประเภทธุรกิจ (เช่น เป็นโรงงาน หรือเป็นบริษัทขนส่ง) แต่ดูที่ “ลักษณะการจดทะเบียนครอบครองยานพาหนะ” และ “ประเภทการใช้งาน” เป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
การขนส่งเพื่อการค้า/รับจ้าง (ไม่ประจำทาง & ประจำทาง): กลุ่มบริษัทโลจิสติกส์ รับจ้างขนส่งสินค้า รถบัสเช่าเหมา ฯลฯ
การขนส่งส่วนบุคคล (Personal Transport): โรงงานอุตสาหกรรม บริษัทจำหน่ายสินค้า ที่มีรถบรรทุกหรือรถโดยสารไว้ใช้งานในกิจการของตนเอง ไม่ได้คิดค่าบริการขนส่งจากผู้อื่น
กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดโรดแมปการบังคับใช้ TSM อย่างเป็นขั้นตอนตามจำนวนยานพาหนะและประเภทความเสี่ยง โดยปัจจุบันเกณฑ์การบังคับครอบคลุมผู้ประกอบการทุกกลุ่มดังนี้:
เกณฑ์บังคับ: มีรถตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป ต้องมี TSM ทันที (สำหรับการขนส่งไม่ประจำทาง) หรือตั้งแต่ 6 คันขึ้นไป (สำหรับการขนส่งส่วนบุคคล)
ใครเข้าข่าย: โรงงานเคมีภัณฑ์, โรงงานกลั่นน้ำมัน, ผู้ขนส่งก๊าซ L.P.G. / NGV, บริษัทขนส่งสารเคมีอันตรายวัตถุไวไฟ และสารพิษต่างๆ
เหตุผล: สินค้ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรงระดับสูง หากเกิดเหตุอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมวงกว้าง จึงถูกบังคับใช้เป็นกลุ่มแรกๆ
เกณฑ์บังคับ: มีรถบรรทุกรับจ้างตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป
ใครเข้าข่าย: บริษัทรับจ้างขนส่งสินค้า (3PL), บริษัทขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน, บริษัทให้เช่ารถบรรทุกพร้อมคนขับ, รถหัวลาก (Tractor), รถเทรลเลอร์, รถสิบล้อ/หกล้อรับจ้างทั่วไป
เกณฑ์บังคับ: มีรถโดยสารตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป
ใครเข้าข่าย: บริษัทรถบัส VIP ให้เช่า, รถตู้ VIP รับจ้างไม่ประจำทาง, ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (หมวด 1, 2, 3, 4)
เกณฑ์บังคับ: มีรถบรรทุกส่วนบุคคลหรือรถโดยสารส่วนบุคคลรวมกัน ตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป (ตามกรอบเวลาครอบคลุมที่กฎหมายบังคับใช้เต็มรูปแบบ)
ใครเข้าข่าย:
โรงงานผลิตสินค้าที่มี fleet รถบรรทุก (ป้ายเหลือง/ป้ายขาวตัวหนังสือเขียว) ของตัวเองเพื่อวิ่งส่งของให้ลูกค้า
บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีรถบรรทุกหิน ดิน ทราย หรือรถโม่ปูนของบริษัทเอง
องค์กรที่มีรถบัสหรือรถตู้ส่วนบุคคลสำหรับบริการรับ-ส่งพนักงานประจำโรงงาน
| ประเภทการขนส่ง | สลักษณะยานพาหนะ | เงื่อนไขการบังคับมี TSM |
| ขนส่งวัตถุอันตราย | รถบรรทุกสารเคมี / ก๊าซ / น้ำมัน | 1 คันขึ้นไป (ต้องมีทันที) |
| ขนส่งสินค้าเพื่อการค้า (รับจ้าง) | รถสิบล้อ / รถเทรลเลอร์ / รถหกล้อรับจ้าง | 1 คันขึ้นไป |
| ขนส่งโดยสารไม่ประจำทาง | รถบัสเช่าเหมา / รถตู้รับจ้าง | 1 คันขึ้นไป |
| ขนส่งส่วนบุคคล (โรงงาน/บริษัท) | รถบรรทุกสินค้าของบริษัทเอง | 1 คันขึ้นไป |
| ขนส่งโดยสารส่วนบุคคล | รถบัส / รถตู้สวัสดิการรับส่งพนักงาน | 1 คันขึ้นไป |
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับประเภทการจดทะเบียน หากเป็น รถกระบะจดทะเบียนเป็น “รถบรรทุกส่วนบุคคล” (ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก) หรือรถ 4 ล้อใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ที่กำหนดและต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง จะนับรวมอยู่ในจำนวน fleet รถที่ต้องมี TSM แต่หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (ป้ายทะเบียนป้ายดำ) หรือรถกระบะส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. รถยนต์ จะไม่นำมานับในเกณฑ์ TSM
คำตอบ: ผู้ที่มีหน้าที่จัดให้มี TSM คือ “ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง” (เจ้าของทะเบียนประกอบการ) ดังนั้น หากโรงงานจ้างบริษัท Outsource มาวิ่งงานทั้งหมด บริษัท Outsource นั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบจัดให้มี TSM อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ โรงงานใหญ่ๆ มักใช้เกณฑ์มาตรฐาน TSM เป็นข้อกำหนด (Audit Criteria) ในการเลือกคู่ค้าขนส่งด้วยเช่นกัน
คำตอบ: ตามหลักเกณฑ์ TSM 1 คน สามารถแต่งตั้งให้ดูแล fleet รถบรรทุกได้สูงสุด ไม่เกิน 100 คัน หรือรถโดยสารสูงสุด ไม่เกิน 50 คัน (หากเกินกว่านี้ต้องเพิ่มจำนวน TSM) และ TSM สามารถรับหน้าที่ดูแลหลายบริษัทในเครือเดียวกันได้ ตราบใดที่จำนวนรถรวมกันไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดและสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างแท้จริง
การละเลยไม่จัดตั้ง TSM ไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังมีผลกระทบทางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจโดยตรง:
โทษปรับตามกฎหมาย: ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่จัดให้มี TSM มีความผิดตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก ระวางโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท
ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง: กรมการขนส่งทางบกใช้การตรวจสอบ TSM เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และการบรรจุรถใหม่เข้า fleet
ความเสี่ยงทางคดีเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง: หากเกิดอุบัติเหตุใหญ่แล้วสืบสวนพบว่าองค์กรไม่มี TSM หรือไม่มีระบบบันทึกความปลอดภัยก่อนออกรถ (Pre-trip Inspection) ผู้บริหารองค์กรอาจถูกพิจารณาความผิดฐานประมาทเลินเล่อในระดับองค์กรอีกด้วย
กฎหมาย TSM ไม่ใช่แค่เรื่องของการหาคนมาติดป้ายชื่อหรือผ่านการสอบเพื่อเอาใบรับรองเท่านั้น แต่เป็น “มาตรการเชิงป้องกัน” ที่ภาครัฐตั้งใจนำมาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนไทย
สำหรับผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรม การตรวจสอบ fleet รถของตนเองตั้งแต่วันนี้ และส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม TSM เพื่อขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง จึงไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงโทษปรับ 50,000 บาท แต่เป็นการคุ้มครองทรัพย์สิน ชีวิตพนักงาน และสร้างภาพลักษณ์อันน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในระยะยาว