เมื่อกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกเริ่มบังคับใช้ให้ผู้ประกอบการขนส่ง (ทั้งรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะ) ต้องจัดให้มี TSM (Transport Safety Manager) หรือบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง ประจำองค์กร คำถามยอดฮิตที่ตามมาทันทีในแผนก HR และห้องผู้บริหารก็คือ:
“แล้วเราจะส่งใครในบริษัทไปเรียนดีล่ะ? ต้องเป็นคนขับรถตู้ไหม? หรือต้องจ้างผู้จัดการคนใหม่เข้ามาเลย? แล้วคนที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องรถบรรทุกเลยจะเรียนได้ไหม?”
บอกเลยครับว่ากฎหมายฉบับนี้เปิดกว้างมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นวิศวกรเครื่องกลก็สามารถเรียนและขึ้นทะเบียนได้ แต่ความเจ๋งอยู่ตรงที่ กฎหมายมีการแบ่งกลุ่มผู้เรียนและให้สิทธิ์ “ทางลัด” สำหรับคนบางกลุ่ม ซึ่งช่วยให้องค์กรประหยัดเวลาเรียนจาก 3 วัน เหลือเพียงแค่วันเดียวได้!
บทความนี้จะพาไปเช็คคุณสมบัติผู้เรียนและทางลัดคว้าใบรับรอง TSM กันแบบชัดๆ ครับ
กฎหมายกำหนดให้ TSM ต้องเป็นบุคคลที่ทำงานประจำอยู่ในองค์กรนั้นๆ (ไม่ใช่การจ้างฟรีแลนซ์มาแปะชื่อ) โดยกลุ่มบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการส่งเข้าอบรม ได้แก่:
เจ้าของกิจการ / ผู้ประกอบการ SME: เรียนเพื่อควบคุมระบบกองรถของตัวเองและลดต้นทุนแฝง
ผู้จัดการ / หัวหน้าฝ่ายจัดส่ง (Logistics/Fleet Manager): เหมาะสมที่สุดเพราะดูแลหน้างานและคุมพฤติกรรมคนขับรถอยู่แล้ว
เจ้าหน้าที่ธุรการขนส่ง / เสมียนกองรถ: เรียนเพื่อนำความรู้มาทำเอกสารเช็คลิสต์ระบบซ่อมบำรุง
จป.วิชาชีพ / จป.เทคนิคขั้นสูง (Safety Officer): กลุ่มนี้ถือเป็น “ทีเด็ด” ขององค์กร เพราะสามารถควบตำแหน่งดูแลความปลอดภัยทั้งในโรงงานและบนท้องถนนได้ควบคู่กัน
กรมการขนส่งทางบกได้แบ่งหลักสูตรการอบรม TSM ออกเป็น 2 รูปแบบ ตามพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ทำงานของผู้เรียน ดังนี้ครับ:
เหมาะสำหรับ: คนที่ “ไม่มีพื้นฐาน” หรือเพิ่งย้ายสายงานมาดูแลกองรถขนส่ง
คุณสมบัติ: วุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม.6 / ปวช. ขึ้นไป (ไม่จำกัดสาขา)
สิ่งที่จะได้รับ: เป็นการเรียนเพื่อปูพื้นฐานระบบ 5 เสาหลักความปลอดภัยอย่างละเอียดตั้งแต่ศูนย์ มีการทำ Workshop จำลองสถานการณ์จริง เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการปั้นคนใหม่ขึ้นมาดูแลระบบแบบลงลึก
นี่คือ “ทางลัด” ที่หลายองค์กรไม่รู้! กรมขนส่งให้สิทธิ์บุคคลที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้ เข้าอบรมแบบรวบรัดเพียง 1 วันเพื่อไปสอบได้เลย:
สิทธิ์ที่ 1: จบการศึกษาระดับ ปวส. หรือ ปริญญาตรี ขึ้นไป ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาขาโลจิสติกส์, การจัดการการขนส่ง, วิศวกรรมยานยนต์ หรือวิศวกรรมความปลอดภัย
สิทธิ์ที่ 2: เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ตามกฎหมายแรงงาน
สิทธิ์ที่ 3: เป็นผู้ที่มี ประสบการณ์บริหารจัดการด้านการขนส่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (โดยต้องมีหนังสือรับรองการทำงานจากองค์กรหรือบริษัทเดิมมายืนยัน)
| คุณสมบัติของผู้เข้าอบรม | รูปแบบหลักสูตร | ระยะเวลาการอบรม | โอกาสในการสอบผ่าน |
| วุฒิ ม.6 / ปวช. ทุกสาขา (ไม่มีประสบการณ์) | หลักสูตรทั่วไป | 18 ชั่วโมง (3 วัน) | สูงมาก (เพราะปูพื้นฐานแน่น) |
| วุฒิ ปวส. / ปริญญาตรี สาขาโลจิสติกส์หรือวิศวะ | หลักสูตรทางลัด | 6 ชั่วโมง (1 วัน) | สูง (ใช้ความรู้เดิมต่อยอด) |
| เป็น จป.วิชาชีพ ประจำโรงงาน/บริษัทอยู่แล้ว | หลักสูตรทางลัด | 6 ชั่วโมง (1 วัน) | สูง (คุ้นเคยกับระบบเซฟตี้) |
| มีหนังสือรับรองประสบการณ์คุมกองรถ 5 ปีขึ้นไป | หลักสูตรทางลัด | 6 ชั่วโมง (1 วัน) | สูง (มีประสบการณ์ตรงหน้างาน) |
การส่งพนักงานเข้าเรียน TSM ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ ขอเพียง HR ตรวจสอบประวัติ วุฒิการศึกษา หรือใบเซอร์ จป.วิชาชีพ ของทีมงานในบริษัทให้ดีก่อนสมัคร หากพบว่าพนักงานเข้าข่ายกลุ่ม “ทางลัด” จะช่วยให้องค์กรประหยัดเวลาและสลับวันทำงานของพนักงานได้ง่ายขึ้นมาก เมื่อเลือกคนที่ใช่เข้าเรียนบวกกับการติวเข้มจากสถาบันที่ได้มาตรฐาน การคว้าใบรับรอง TSM เพื่อนำมาขึ้นทะเบียนให้บริษัทถูกต้องตามกฎหมาย 100% ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวครับ
ช่วยฝ่าย HR สแกนคุณสมบัติพนักงานและเลือกคอร์สเรียน TSM ที่ประหยัดเวลาที่สุดให้กับองค์กรของคุณ สมัครเรียนหลักสูตร TSM กับ ไอดีไดร์ฟ (หน่วยงานฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างเป็นทางการ) เรามีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจเช็คสิทธิ์และวุฒิการศึกษาให้ฟรีล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานของคุณได้สิทธิ์เรียนหลักสูตรทางลัด 1 วันอย่างถูกต้อง พร้อมระบบการเรียนที่ทันสมัย เทคนิคการเก็งข้อสอบ e-Exam ที่แม่นยำ และการดูแลหลังการขายที่จะพาคุณอัปโหลดแต่งตั้ง TSM บนระบบออนไลน์ของกรมขนส่งจนเสร็จสมบูรณ์