ในยุคที่กรมการขนส่งทางบกบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งทางบกทั่วประเทศต้องจัดตั้ง บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager : TSM) ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นหนึ่งใน “อาชีพดาวรุ่ง” ที่มีความต้องการในตลาดแรงงานสูงมาก
อย่างไรก็ตาม คำถามที่สร้างความสับสนและเป็นข้อกังขามากที่สุดสำหรับทั้งผู้ประกอบการ จป.วิชาชีพ พนักงานฝ่ายโลจิสติกส์ รวมถึงบุคคลทั่วไปก็คือ: “ไม่ได้จบวิศวะฯ ไม่ได้จบโลจิสติกส์ จะสอบ TSM ได้ไหม?” หรือ “ต้องจบปริญญาตรีสายตรงเท่านั้นหรือเปล่า?”
บทความนี้มีคำตอบเชิงกฎหมายและเกณฑ์การรับสมัครอย่างละเอียด พร้อมชี้ให้เห็นว่าทำไม หลักสูตรอบรม TSM ถึงเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนทุกคนให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพได้ครับ
คำตอบสั้นๆ และชัดเจนที่สุดคือ “ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรีตรงสาย” และ “วุฒิการศึกษาไหนก็มีสิทธิ์เป็น TSM ได้” โดยกรมการขนส่งทางบกได้เปิดกว้าง และแบ่งช่องทางการเข้าสู่ตำแหน่ง TSM ออกเป็น 2 เส้นทางหลักตามระดับวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ดังนี้:
กลุ่มนี้คือกฎหมายให้การรับรองความรู้พื้นฐานมาก่อนแล้ว ได้แก่:
ผู้ที่จบปริญญาตรี สาขาโลจิสติกส์ / การขนส่ง / วิศวกรรมขนส่ง: สามารถยื่นเอกสารสมัครสอบทดสอบความรู้ TSM ได้ทันที
เจ้าหน้าที่ปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ): ผู้ที่จบปริญญาตรี อาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือผ่านการขึ้นทะเบียน จป.วิชาชีพ สามารถเข้ารับการอบรมหลักสูตรพิเศษ (อบรมสั้น 6 ชั่วโมง) และสอบได้ทันที
ผู้มีประสบการณ์บริหารการขนส่งอย่างน้อย 5 ปี: แม้ไม่ได้จบตรงสาย แต่หากมีหนังสือรับรองประสบการณ์การทำงานด้านการบริหารจัดการขนส่งไม่น้อยกว่า 5 ปี สามารถอบรมสั้น (6 ชั่วโมง) เพื่อเข้าทดสอบได้เช่นกัน
หากคุณไม่ได้จบโลจิสติกส์ ไม่ใช่ จป.วิชาชีพ และไม่มีประสบการณ์บริหารขนส่งถึง 5 ปี ก็ยังสามารถเป็น TSM ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย!
วุฒิการศึกษา: รับตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6), ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.), ปวส. หรือ ปริญญาตรีทุกสาขา (เช่น บริหารธุรกิจ, นิเทศศาสตร์, ศิลปศาสตร์, รัฐศาสตร์ ฯลฯ)
เงื่อนไข: เพียงแค่เข้ารับการ “อบรมหลักสูตร TSM (18 ชั่วโมง / 3 วัน)” จากหน่วยงานที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง เมื่อเรียนครบตามเกณฑ์ จึงจะมีสิทธิ์เข้าทดสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น TSM
| กลุ่มผู้สมัคร | วุฒิการศึกษา / ประสบการณ์ | ระยะเวลาการอบรม TSM | สิทธิ์ในการสอบ |
| 1. สายตรง | ป.ตรี โลจิสติกส์ / การขนส่ง / วิศวกรรมขนส่ง | ไม่ต้องอบรม (หรือเลือกอบรมทบทวน) | สอบได้ทันที |
| 2. จป.วิชาชีพ | ป.ตรี อาชีวอนามัยฯ / ขึ้นทะเบียน จป.วิชาชีพ | อบรมสั้น 6 ชั่วโมง | สอบได้หลังอบรม |
| 3. ผู้มีประสบการณ์ | วุฒิใดก็ได้ + ประสบการณ์บริหารขนส่ง $\ge 5$ ปี | อบรมสั้น 6 ชั่วโมง | สอบได้หลังอบรม |
| 4. บุคคลทั่วไป / เปลี่ยนสายงาน | ม.6 / ปวช. / ปวส. / ป.ตรี ทุกสาขาวิชา | อบรมหลักสูตรเต็ม 18 ชั่วโมง (3 วัน) | สอบได้หลังอบรมครบเกณฑ์ |
การที่กฎหมายเปิดโอกาสให้คนหลากหลายวุฒิการศึกษาเข้ามาทำหน้าที่ TSM ได้ ทำให้ “หลักสูตรอบรม TSM” กลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งประเทศ
หลักสูตรอบรม TSM 18 ชั่วโมง ไม่ได้สอนเพียงแค่ทฤษฎีในตำรา แต่ควบรวม “ภารกิจ 5 ด้านตามกฎหมาย” (การจัดการคน, การจัดการรถ, การจัดการการเดินรถ, การจัดการการบรรทุก, และการประเมินผล) ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เวิร์กโฟลว์จริง ตั้งแต่การตรวจวัดแอลกอฮอล์ การวิเคราะห์พฤติกรรม GPS ไปจนถึงการจัดทำรายงาน สอ.1/สอ.2 ทำให้แม้จะจบไม่ตรงสายก็สามารถทำงานได้จริงทันที
กฎหมายขนส่งและมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลักสูตร TSM จะช่วยเติมเต็มความรู้เรื่อง มาตรฐานรถขนส่งวัตถุอันตราย (ADR), ข้อกำหนดน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย, การใช้เทคโนโลยี GPS Tracking Real-time และระบบ AI ตรวจจับความเหนื่อยล้าของคนขับ เพื่อนำไปปรับใช้ในฟลีทรถขององค์กรได้อย่างถูกต้อง
การสอบขึ้นทะเบียน TSM ของกรมการขนส่งทางบกมีข้อสอบที่ครอบคลุมข้อบังคับเชิงเทคนิคและกฎหมายอย่างเข้มงวด การเข้าอบรมกับสถาบันที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจแนวข้อสอบ วิเคราะห์โจทย์สถานการณ์จำลอง (Case Study) และเข้าใจเกณฑ์การตัดสิน ทำให้มีความพร้อมเต็มร้อยก่อนเข้าห้องสอบจริง
สำหรับบุคคลทั่วไป การผ่านหลักสูตร TSM และได้ใบรับรองขึ้นทะเบียน คือการ “เพิ่มใบเบิกทาง” ในสายงานโลจิสติกส์ เพราะปัจจุบันบริษัทขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้าต่างกำลังแย่งชิงตัวบุคลากรที่มีใบอนุญาต TSM ไปประจำองค์กรเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับ 50,000 บาท และใช้ในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ
“ไม่ว่าคุณจะจบอะไรมา… คุณก็สามารถสอบเป็น TSM ได้” ขอเพียงมีความตั้งใจและผ่านการเข้าร่วม หลักสูตรอบรม TSM ที่ได้มาตรฐาน เพื่อเก็บเกี่ยวทักษะ การบริหารจัดการ และความรู้เชิงกฎหมายให้พร้อม
สำหรับผู้ประกอบการ การส่งพนักงานในองค์กรที่มีความคุ้นเคยกับงานประจำอยู่แล้วไปเข้าอบรมหลักสูตร TSM ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด เพราะจะได้ทั้งคนทำงานที่เข้าใจบริบทของบริษัท และได้บุคลากร TSM ที่ถูกต้องตามกฎหมายมาช่วยดูแลความปลอดภัยอย่างยั่งยืนครับ