"ไขข้อสงสัย: TSM 1 คน ดูแลรถได้กี่คัน? ดูแลหลายบริษัทพร้อมกันได้หรือไม่?"

“ไขข้อสงสัย: TSM 1 คน ดูแลรถได้กี่คัน? ดูแลหลายบริษัทพร้อมกันได้หรือไม่?”

“ไขข้อสงสัย: TSM 1 คน ดูแลรถได้กี่คัน? ดูแลหลายบริษัทพร้อมกันได้หรือไม่?”

หลังจากกรมการขนส่งทางบกออกกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการขนส่งทางบกต้องจัดให้มี บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager – TSM) ประจำองค์กร ข้อสงสัยเชิงปฏิบัติที่ผู้ประกอบการและผู้ที่สอบผ่าน TSM ถามเข้ามามากที่สุดคือ:

“TSM 1 คน สามารถรับผิดชอบดูแลรถได้สูงสุดกี่คัน?”

“คนๆ เดียว สามารถขึ้นทะเบียนเป็น TSM ให้กับหลายๆ บริษัทพร้อมกัน หรือรับงานเป็น ฟรีแลนซ์/Outsource ได้หรือไม่?”

หากปฏิบัติตามไม่ถูกต้อง ทั้งผู้ประกอบการและ TSM อาจเสี่ยงต่อการผิดเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่ง รวมถึงโทษปรับตามกฎหมาย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกณฑ์ทางกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติจริงที่ถูกต้องครับ

1. TSM 1 คน ดูแลรถได้สูงสุดกี่คัน?

คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนที่สุดคือ:

“กฎหมายไม่ได้กำหนด ‘จำนวนตัวเลขรถสูงสุด’ ไว้ตายตัว แต่กำหนดจาก ‘ความสามารถในการปฏิบัติตามภารกิจความปลอดภัย 5 ด้าน 18 ข้อ’ ได้อย่างครบถ้วน”

┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                    TSM RESPONSIBILITY CRITERIA                           │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ ไม่ได้มองที่ "จำนวนรถ" ──► แต่มองที่ "ความสามารถในการควบคุมปฏิบัติงานจริง" │
│  • ตรวจความพร้อมคนขับ (Daily Check)                                      │
│  • ตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง (Vehicle Inspection)                         │
│  • ติดตาม GPS Real-time & ควบคุมชั่วโมงการทำงาน                         │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘

ทางปฏิบัติและการประเมินของนายทะเบียน

แม้กฎหมายจะไม่จำกัดจำนวนรถไว้ที่ 20 คัน, 50 คัน หรือ 100 คัน แต่ในการขึ้นทะเบียนและการตรวจประเมิน กรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาจาก “ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานจริง”:

  • ฟลีตรถขนาดเล็ก-กลาง (1–30 คัน): TSM 1 คน สามารถดูแลและปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น การตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับ และการเช็ก Daily Checklist ของรถได้อย่างทั่วถึง

  • ฟลีตรถขนาดใหญ่ (50–100+ คันขึ้นไป): หากบริษัทใช้ TSM เพียง 1 คน โดยไม่มีผู้ช่วย นายทะเบียนอาจตั้งข้อสงสัยในรายงานประเมินว่า TSM คนดังกล่าวสามารถตรวจเช็กรถและติดตามพฤติกรรม GPS คนขับได้ครบถ้วนตามกฎหมายจริงหรือไม่

คำแนะนำสำหรับองค์กรใหญ่: บริษัทที่มีฟลีตรถขนาดใหญ่ ควรแต่งตั้ง TSM มากกว่า 1 คน หรือแต่งตั้ง “ผู้ปฏิบัติงานสนับสนุน TSM” เข้ามาช่วยในการตรวจเช็กเชิงหน้างาน เพื่อให้ TSM หลักมีเวลาโฟกัสกับการวิเคราะห์ข้อมูล GPS และการบริหารจัดการความเสี่ยง

2. TSM 1 คน ดูแลหลายบริษัทพร้อมกันได้หรือไม่?

คำตอบคือ “ทำได้ แต่มีเงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมาย”

ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม SME นิยมใช้วิธีว่าจ้าง TSM ภายนอก (Outsource/Freelance) หรือกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน (Group of Companies) ต้องการใช้ TSM คนเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ทำได้ตามเกณฑ์ดังนี้:

[ TSM APPOINTMENT SCOPE ]

  1. บริษัทในเครือเดียวกัน ──► ใช้ TSM คนเดียวกันได้ (ยื่นแจ้งขึ้นทะเบียนทุกใบอนุญาต)
  2. รับงานหลายบริษัท    ──► ทำได้ แต่จำกัดเส้นทาง/พื้นที่ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้จริง

1) กรณีบริษัทในเครือเดียวกัน (Sister Companies)

  • สามารถใช้ TSM คนเดียวกันได้ 100%

  • ข้อต้องระวัง: TSM คนดังกล่าวจะต้องถูกยื่นแต่งตั้งและแจ้งชื่อผูกเข้ากับ “เลขที่ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง” ของทุกบริษัทในเครือผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก ห้ามใช้วิธีแจ้งชื่อแค่บริษัทแม่แล้วละเลยบริษัทลูก

2) กรณีรับงานข้ามบริษัท / งาน Outsource / ฟรีแลนซ์

  • ทำได้ กรมการขนส่งทางบกไม่ได้ห้าม TSM รับงานให้หลายบริษัท

  • แต่มีเงื่อนไขเรื่อง “พื้นที่และศักยภาพการเข้าถึงหน้างาน”: กรมการขนส่งทางบกเน้นย้ำว่า TSM ไม่ใช่ตำแหน่งสำหรับการ “เช่าชื่อยื่นเอกสาร” TSM ต้องสามารถเข้าไปทำหน้าที่จริง เช่น การเข้าตรวจสอบลานจอดรถ การสุ่มตรวจคนขับ และการเข้าสืบสวนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  • หากนายทะเบียนพบว่า TSM 1 คน รับดูแลบริษัทที่ตั้งอยู่คนละจังหวัดซึ่งอยู่ห่างไกลกันมาก จนไม่อาจเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ได้จริง หรือรับดูแลบริษัทจำนวนมากเกินศักยภาพ นายทะเบียนมีสิทธิ์ “ปฏิเสธการขึ้นทะเบียน” หรือสั่งให้ทบทวนการแต่งตั้งได้

3. ความรับผิดชอบทางกฎหมาย: หากเกิดเหตุขึ้นมา TSM ต้องรับผิดชอบอย่างไร?

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ TSM ไม่ควรรับดูแลรถหรือบริษัทมากเกินศักยภาพ คือ “ความรับผิดชอบทางกฎหมายเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง”

[ ACCIDENT INVESTIGATION PROCESS ]

  เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ──► กรมขนส่งฯ เรียกสืบสวน ──► เรียกตรวจบันทึก TSM ──► หากละเลย มีโทษตามกฎหมาย

เมื่อรถในฟลีตที่ TSM มีชื่อผูกอยู่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน กรมการขนส่งทางบกจะทำการเรียกสอบสวนทันที โดยตรวจสอบบันทึกของ TSM:

  1. TSM ได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับก่อนออกเดินทางหรือไม่?

  2. รถคันเกิดเหตุได้ผ่านการตรวจ Daily Checklist หรือไม่?

  3. ขณะเกิดเหตุ TSM ได้ติดตาม GPS และเตือนเรื่องการใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือไม่?

หากพบว่า TSM มีชื่อผูกอยู่แต่ไม่เคยลงมาปฏิบัติงานจริง (ปล่อยปละละเลย):

  • ผู้ประกอบการ: มีความผิดฐานไม่จัดทำระบบความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด (เสี่ยงถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ)

  • ตัว TSM: เสี่ยงต่อการถูก “เพิกถอนหนังสือรับรอง TSM” และถูกบันทึกประวัติ ทำให้ไม่สามารถรับหน้าที่ TSM ให้กับบริษัทใดได้อีก

4. ตารางสรุป: สิ่งที่ TSM ทำได้ VS ทำไม่ได้ ในการรับดูแลรถ

🟢 สิ่งที่สามารถทำได้ (Permitted)🔴 สิ่งที่ห้ามทำ / เสี่ยงต่อความผิด (Prohibited)
ดูแลรถกี่คันก็ได้ ตราบใดที่มีระบบและทีมงานช่วยตรวจเช็กได้ครบถ้วนรับดูแลรถจำนวนมาก โดยไม่มีการตรวจ Daily Check หรือติดตาม GPS จริง
ดูแลหลายบริษัทในเครือเดียวกันได้ โดยยื่นแต่งตั้งให้ครบทุกใบอนุญาตแขวนชื่อไว้กับบริษัท โดยไม่เคยเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สถานประกอบการ
รับงาน ฟรีแลนซ์/Outsource ได้ ในพื้นที่หรือระยะทางที่สามารถเดินทางไปดูแลได้จริงรับงานข้ามจังหวัดไกลๆ พร้อมกันหลายแห่ง จนไม่สามารถเข้าหน้างานเมื่อเกิดเหตุ

บทสรุป

สำหรับคำถามที่ว่า “TSM 1 คน ดูแลรถได้กี่คัน? ดูแลหลายบริษัทพร้อมกันได้ไหม?”

คำตอบสั้นๆ คือ “ได้ ไม่จำกัดตัวเลขรถ แต่จำกัดด้วยความสามารถในการปฏิบัติงานจริง”

ผู้ประกอบการและ TSM ควรประเมินจากความเสี่ยงจริงของฟลีตรถ หากมีจำนวนรถมากหรือมีหลายสาขา การกระจาย TSM ประจำตามจุด หรือการตั้งทีมงานผู้ช่วย TSM จะเป็นแนวทางที่ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืนที่สุดครับ!

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน