ไม่มีใบรับรอง (Certificate) ขับ Forklift ในโรงงาน ผิดกฎหมายไหม? เปิดข้อบังคับ จป. ที่นายจ้างต้องรู้

ไม่มีใบรับรอง (Certificate) ขับ Forklift ในโรงงาน ผิดกฎหมายไหม? เปิดข้อบังคับ จป. ที่นายจ้างต้องรู้

ไม่มีใบรับรอง (Certificate) ขับ Forklift ในโรงงาน ผิดกฎหมายไหม? เปิดข้อบังคับ จป. ที่นายจ้างต้องรู้

ในภาคอุตสาหกรรม การผลิต และงานคลังสินค้า “รถยก” หรือ “Forklift” ถือเป็นเครื่องจักรสำคัญที่ช่วยผ่อนแรงและขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน รถยกก็จัดเป็นหนึ่งใน เครื่องจักรที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงอันดับต้นๆ ในสถานประกอบการ

หนึ่งในคำถามที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.), ผู้บริหาร, หรือแม้กระทั่งพนักงานขับรถยกมักสงสัยอยู่เสมอคือ:

“ถ้าพนักงานขับรถยกเป็นอยู่แล้ว แต่ไม่มีใบผ่านการอบรมหรือใบรับรอง (Certificate) จะให้ขับงานในโรงงานได้ไหม?” “กฎหมายไทยบังคับจริงจังแค่ไหน? นายจ้างจะมีความผิดหรือโดนปรับหรือไม่หากกรมแรงงานเข้าตรวจ?”

คำตอบที่ชัดเจนทางกฎหมายคือ “ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน” และนายจ้างมีความรับผิดชอบโดยตรงที่จะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมก่อนอนุญาตให้พนักงานแตะพวงมาลัยรถยก

1. เปิดข้อกฎหมาย: ทำไมไม่มีใบรับรอง Forklift ถึงผิดกฎหมาย?

ตาม พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เครน และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับรถยกไว้อย่างชัดเจน:

[พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554] + [กฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564]
                                │
                                ▼
         [นายจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการขับรถยกอย่างปลอดภัย]
                                │
                                ▼
  [หากฝ่าฝืน: โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ]
  • กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องฝึกอบรมพนักงาน: กฎกระทรวงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้พนักงานที่ทำหน้าที่ขับรถยก ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับ “การขับรถยกอย่างปลอดภัย” จากหน่วยงานฝึกอบรมที่ได้มาตรฐาน หรือจัดอบรมตามหลักสูตรที่กฎหมายรองรับ

  • ต้องมีหลักฐานรับรอง (Certificate/License): เมื่อพนักงานผ่านการอบรมและทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว จะต้องได้รับ ใบรับรอง (Certificate) หรือ บัตรอนุญาตขับรถยกประจำสถานประกอบการ ไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานตรวจความปลอดภัย (พนักงานตรวจแรงงาน)

  • บทลงโทษนายจ้าง: หากพนักงานตรวจแรงงานเข้าตรวจพบว่า สถานประกอบการมีพนักงานขับรถยกโดยไม่มีใบรับรอง หรือนายจ้างไม่สามารถแสดงหลักฐานการฝึกอบรมได้ นายจ้างจะมีโทษตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ทำไม “ขับรถยนต์เป็น” ถึงใช้ขับ Forklift ไม่ได้?

ผู้ประกอบการหลายรายมักเข้าใจผิดว่า หากพนักงานมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล หรือขับรถกระบะได้ ก็สามารถให้มาขับรถยกได้ทันที ซึ่งเป็นความเข้าใจที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากพฤติกรรมทางกายภาพของรถยกแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปสิ้นเชิง:

คุณลักษณะรถยนต์นั่งทั่วไปรถยก (Forklift)
ระบบบังคับเลี้ยวเลี้ยวด้วย ล้อหน้าเลี้ยวด้วย ล้อหลัง (ท้ายเหวี่ยงกว้าง)
น้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กระจายน้ำหนักสม่ำเสมอจุดศูนย์ถ่วงสูงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามน้ำหนักโหลด
ทัศนวิสัยการมองมองเห็นชัดเจนไปด้านหน้าทัศนวิสัยด้านหน้าถูกบดบังด้วยงา เสา และสินค้า
เสถียรภาพการทรงตัวฐานล้อ 4 จุด มั่นคงขึ้นอยู่กับ “สามเหลี่ยมเสถียรภาพ” (Stability Triangle)

3. ความสำคัญของหลักสูตรการอบรม Forklift (สิ่งที่พนักงานจะได้เรียนรู้)

หลักสูตรการฝึกอบรม Forklift ที่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่แค่การสอนเข้าเกียร์หรือโยกคันบังคับงา แต่คือการสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ผ่านการเรียนรู้ 4 หมวดสำคัญ:

[หลักสูตรการอบรม Forklift Safety Training]
  ├── 1. ทฤษฎีสามเหลี่ยมเสถียรภาพ (Stability Triangle & Load Center)
  ├── 2. การตรวจเช็กประจำวันก่อนใช้งาน (Daily Pre-Operation Inspection)
  ├── 3. การควบคุมรถและการยกบรรทุก (Handling & Maneuvering)
  └── 4. กฎความปลอดภัยในพื้นที่ร่วม (Pedestrian Safety & Warehouse Rules)
  1. เข้าใจ “สามเหลี่ยมเสถียรภาพ” (Stability Triangle): เรียนรู้การคำนวณจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) ของตัวรถและสินค้า เพื่อป้องกันปัญหา “รถยกพลิกคว่ำ” หรือ “ล้อหลังลอย” ขณะยกสินค้าสูงหรือขับลงทางลาด

  2. การตรวจเช็กประจำวัน (Daily Inspection): ฝึกตรวจเช็กระบบไฮดรอลิก สายโซ่ ระบบเบรก ยาง รอยแตกร้าวของงา และสัญญาณเตือนก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากเครื่องจักรชำรุด

  3. ทักษะการขับขี่และการวางสินค้าภาคสนาม: ฝึกการถอยหลังเมื่อสินค้าบดบังทัศนวิสัยด้านหน้า การกะระยะวงเลี้ยวท้ายเหวี่ยง และการเข้า-ออกชั้นวางสินค้า (Racking) โดยไม่ชนโครงสร้าง

  4. ความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับพนักงานเดินเท้า: กำหนดสัญลักษณ์ เสียงสัญญาณ และการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยเมื่อต้องปฏิบัติงานในพื้นที่คลังสินค้าที่มีพนักงานเดินไปมา

4. ข้อแนะนำสำหรับ จป. และนายจ้าง ในการบริหารจัดการรถยกให้ถูกกฎหมาย

เพื่อป้องกันไม่ให้องค์กรมีความผิดทางกฎหมาย และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุร้ายแรง จป.วิชาชีพ และนายจ้างควรดำเนินการดังนี้:

  • จัดอบรมและออกบัตรอนุญาต (Forklift License): ส่งพนักงานเข้ารับการอบรมกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต หรือจัดอบรมภายใน (In-house Training) โดยวิทยากรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายกำหนด และออกบัตรอนุญาตขับรถยกที่มีรูปถ่ายและวันหมดอายุชัดเจน

  • จัดทำแบบบันทึกการตรวจสอบ (Checklist): กำหนดให้มีแบบฟอร์มตรวจเช็กรถยกประจำวันก่อนเริ่มงานทุกกะ

  • ทบทวนความรู้สม่ำเสมอ (Refresher Course): แม้พนักงานจะมีใบรับรองแล้ว ควรจัดให้มีการอบรมทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีเหตุการณ์ใกล้เกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) เกิดขึ้นในโรงงาน

5. สรุป

การให้พนักงานขับรถยกโดย ไม่มีใบรับรอง (Certificate) ไม่เพียงแต่ ผิดกฎหมาย และเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำชีวิตของพนักงานและทรัพย์สินขององค์กรไปเสี่ยงกับอุบัติเหตุที่ประเมินค่าไม่ได้

การลงทุนจัดอบรมหลักสูตร Forklift Safety Training จึงไม่ใช่แค่การทำตามข้อบังคับของกฎหมาย แต่คือ “การลงทุนเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของธุรกิจ” ที่ยั่งยืนครับ

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน