ผู้ประกอบการหลายท่านอาจมองว่าตำแหน่ง TSM คือภาระด้านต้นทุนที่กฎหมายบังคับ แต่ในโลกของการขนส่งระดับมืออาชีพ TSM คือ “นักบริหารจัดการต้นทุนความเสี่ยง” หาก TSM ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ภารกิจของเขาจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าให้องค์กรได้มหาศาล และนี่คือ 5 ภารกิจทองคำที่จะเปลี่ยนตัวเลขขาดทุนให้เป็นกำไรครับ
TSM มีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก GPS และ Telematics เพื่อปรับจริตการขับขี่ของพนักงาน
การประหยัด: การลดการเบรกกะทันหัน การออกตัวกระชาก และการจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ (Idle Time) สามารถ ลดค่าเบี้ยน้ำมันได้ 5-15%
ตัวเลขหลักแสน: หากองค์กรมีรถ 10 คัน ค่าน้ำมันเดือนละ 500,000 บาท การประหยัดได้ 10% หมายถึงเงิน 50,000 บาท/เดือน หรือ 600,000 บาท/ปี ที่กลับคืนมาเป็นกำไร
TSM วางแผนการเข้าเช็กระยะก่อนที่รถจะเสียกลางทาง (Breakdown)
การประหยัด: การเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะถูกกว่าการ “ยกเครื่อง” หรือ “ค่าลากรถ” เมื่อรถเสียกะทันหันมหาศาล นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าเสียโอกาสที่รถต้องหยุดวิ่งงาน (Downtime)
รอยรั่วที่อุดได้: ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมหนักที่มักเกิดจากการละเลยจุดเล็กๆ เช่น ปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้ง หรือเบรกหมดจนจานเบรกเสียหาย
ภารกิจหลักของ TSM คือการทำให้สถิติอุบัติเหตุเป็น “ศูนย์”
การประหยัด: ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ จะมีค่าส่วนแรก (Excess), ค่าซ่อมส่วนเกิน, และที่สำคัญคือ “เบี้ยประกันภัยที่เพิ่มขึ้นในปีถัดไป”
โบนัสทองคำ: หาก TSM คุมสถิติได้ดี องค์กรสามารถนำสถิตินี้ไปต่อรอง “ส่วนลดประวัติดี” กับบริษัทประกันภัย ซึ่งอาจประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันได้หลักแสนบาทต่อปีสำหรับกองรถขนาดกลาง
ยางรถบรรทุกคือหนึ่งในต้นทุนที่แพงที่สุดรองจากน้ำมัน TSM จะเข้ามาคุมเข้มเรื่องนี้
การประหยัด: การควบคุมแรงดันลมยางให้เหมาะสมและการสลับยางตามระยะ ช่วยยืดอายุการใช้งานยางได้มากขึ้น 20-30%
กำไรที่เพิ่มขึ้น: ลดความถี่ในการเปลี่ยนยางเส้นใหม่ และป้องกันเหตุ “ยางระเบิด” ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงและค่าชดเชยสินค้าเสียหาย
TSM ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาต ภาษี และข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก
การประหยัด: ป้องกันการถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หรือการถูกปรับในข้อหาละเลยมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งมีโทษปรับที่รุนแรงในปัจจุบัน
ความยั่งยืน: การไม่ต้องเสียเวลาและเสียชื่อเสียงไปกับคดีความทางกฎหมาย ช่วยให้ภาพลักษณ์องค์กรดูดีในสายตาคู่ค้า ซึ่งนำไปสู่โอกาสในการประมูลงานใหญ่ในอนาคต
| รายการต้นทุน | ก่อนมีระบบ TSM (เสี่ยง) | หลังมีระบบ TSM (เซฟเงิน) |
| ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง | จ่ายตามจริง (คุมพฤติกรรมไม่ได้) | ลดลง 5-10% จากการขับแบบ Eco |
| ค่าซ่อมบำรุง | ซ่อมตามอาการ (แพงและเสียเวลา) | ซ่อมตามระยะ (ถูกและวางแผนได้) |
| เบี้ยประกันภัย | เพิ่มขึ้นทุกปีตามสถิติชน | ได้ส่วนลดประวัติดี (Zero Accident) |
| ค่าเปลี่ยนยาง | เปลี่ยนบ่อยเพราะดูแลไม่เป็น | ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น 20% |
การมี TSM ที่ผ่านการอบรมและมีความตั้งใจทำงาน คือการจ้าง “นักบริหารกำไร” เข้ามาในองค์กรครับ เงินเดือนที่จ่ายให้ TSM จะถูกชดเชยกลับมาด้วยตัวเลขค่าน้ำมันที่ลดลง ค่าซ่อมที่น้อยลง และความปลอดภัยที่ประเมินค่าไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรขนส่งชั้นนำจึงให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้เป็นอันดับต้นๆ
เปลี่ยนผู้จัดการความปลอดภัยแบบเดิมๆ ให้กลายเป็น TSM มืออาชีพที่ช่วยองค์กรประหยัดเงินได้จริง ไอดีไดร์ฟมีหลักสูตรอบรม TSM ที่เน้นการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อให้ TSM ของคุณสร้าง “กำไร” จากความปลอดภัยได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน