🚗
ก่อนออกสตาร์ท เราขอใช้คุกกี้หน่อยนะ
เพื่อให้การขับขี่บนเว็บไซต์ของเราราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น เหมือนตอนสอบใบขับขี่ 😉
ออกเดินทาง
ไม่รับ
TrainingZenter
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
แผนที่ตั้งของศูนย์เทรนนิ่งเซนเตอร์แต่ละสาขา
ให้บริการ
หลักสูตร Defenive Drivng
TSM บุคลากรจักการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ฝึกอบรมความปลอดภัย Safety
ฝึกอบรมรับรองมาตรฐานอาชีพ TPQI
ที่ปรึกษา Q-mark รถขนส่ง
ฝึกอบรมพนักงานขับรถปฎิบัติการฉึกเฉิน EVOC
เรียนฝึกอบรมทดสอบควบคุมรถยก Forklift
ตรวจรถขนส่งมาตรฐานความปลอดภัย
ฝึกอบรมพร้อมสอบและต่อใบขับขี่
ให้บริการอื่นๆ
บทความและความรู้
ข่าวสาร/กิจกรรม
ตรวจสอบใบ Certificate
หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
แผนที่ตั้งของศูนย์เทรนนิ่งเซนเตอร์แต่ละสาขา
ให้บริการ
หลักสูตร Defenive Drivng
TSM บุคลากรจักการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ฝึกอบรมความปลอดภัย Safety
ฝึกอบรมรับรองมาตรฐานอาชีพ TPQI
ที่ปรึกษา Q-mark รถขนส่ง
ฝึกอบรมพนักงานขับรถปฎิบัติการฉึกเฉิน EVOC
เรียนฝึกอบรมทดสอบควบคุมรถยก Forklift
ตรวจรถขนส่งมาตรฐานความปลอดภัย
ฝึกอบรมพร้อมสอบและต่อใบขับขี่
ให้บริการอื่นๆ
บทความและความรู้
ข่าวสาร/กิจกรรม
ตรวจสอบใบ Certificate
สรุปสาระสำคัญของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568 เกี่ยวกับการฝึกอบรมรถยก
สรุปสาระสำคัญของ
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568 เกี่ยวกับการฝึกอบรมรถยก
โดยเน้นข้อมูลรายละเอียดด้านหลักสูตรและเกณฑ์การจัดอบรมจากแหล่งข้อมูล มีดังนี้ครับ
1. การจัดทำทะเบียนและเอกสารหลักฐาน
การบันทึกข้อมูล:
นายจ้างหรือผู้จัดการฝึกอบรมต้องจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรม ระบุวันเวลาที่ฝึก รายชื่อวิทยากร และต้องมี
ภาพถ่ายกิจกรรม
ระหว่างการฝึกอบรมเก็บไว้เป็นหลักฐาน
รูปแบบการจัดเก็บ:
สามารถจัดเก็บในรูปแบบ
อิเล็กทรอนิกส์
ได้ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ง่าย
การย้ายงาน:
หากลูกจ้างย้ายไปทำงานที่ใหม่และเคยผ่านการอบรมรถยกประเภทนั้น ๆ มาแล้วจากที่เดิม โดยมีวุฒิบัตรหรือหลักฐานยืนยัน ให้ถือว่าลูกจ้างคนนั้น
มีคุณสมบัติผ่านการอบรม
ตามประกาศฉบับนี้แล้ว ไม่ต้องเริ่มอบรมใหม่
2. อัตราส่วนและสภาพแวดล้อมการฝึกอบรม
ภาคทฤษฎี:
กำหนดให้ผู้เข้าอบรม
ไม่เกิน 60 คนต่อวิทยากร 1 คน
,
ภาคปฏิบัติ:
ต้องมีวิทยากรอย่างน้อย 1 คน ต่อผู้เข้าอบรม
ไม่เกิน 15 คน ต่อรถยก 1 คัน
และต้องมีอุปกรณ์ช่วยยกเคลื่อนย้ายอย่างน้อย 1 ชุด
การใช้รถยกจริง:
การฝึกต้องใช้รถยก
ประเภทเดียวกับที่ลูกจ้างใช้ปฏิบัติงานจริง
หากไปจัดอบรมนอกสถานที่ทำงาน นายจ้างก็ต้องจัดหารถยกประเภทเดียวกันนั้นมาใช้ในการฝึกด้วย
3. หลักสูตรการอบรม (กรณีเริ่มใหม่ – ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง)
หลักสูตรมาตรฐานต้องมีระยะเวลาการอบรมและหัวข้อวิชา ดังนี้:
,
ภาคทฤษฎี:
กฎหมายความปลอดภัย สัญลักษณ์ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเภทของรถยก (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
ความปลอดภัยในการทำงาน กฎระเบียบ และกรณีศึกษาอุบัติเหตุ (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
โครงสร้าง ส่วนประกอบ แผงควบคุม และการบำรุงรักษา (ไม่น้อยกว่า 2 ชม. 30 นาที)
ภาคปฏิบัติ:
การตรวจเช็คและบำรุงรักษาตามประเภทรถ (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
,
การขับขี่จริง (ทางตรง โค้ง แยก การถอยหลัง) และการยกเคลื่อนย้ายของ (ไม่น้อยกว่า 2 ชม. 30 นาที)
การทดสอบ:
ต้องมีการทดสอบภาคทฤษฎี (ไม่น้อยกว่า 30 นาที) และภาคปฏิบัติ (ไม่น้อยกว่า 2 ชม. 30 นาที)
4. กรณีเปลี่ยนประเภทรถยก (หลักสูตร 6 ชั่วโมง)
หากนายจ้างให้ลูกจ้างขับรถยกประเภทที่
แตกต่างไปจากเดิม
ที่เคยอบรมมา นายจ้างต้องจัดอบรมเพิ่มเติมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับรถประเภทใหม่นั้น โดยใช้เวลา
ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
ดังนี้:
,
ทฤษฎี:
เน้นโครงสร้าง ส่วนประกอบ และการใช้งานรถประเภทใหม่ (ไม่น้อยกว่า 1 ชม. 30 นาที)
ปฏิบัติ:
การตรวจเช็คและบำรุงรักษารถประเภทใหม่ (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
ฝึกขับขี่และยกเคลื่อนย้ายสิ่งของด้วยรถประเภทใหม่ (ไม่น้อยกว่า 1 ชม.)
ประกาศฉบับนี้มุ่งเน้นเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับรถยกทุกคนมีความรู้ความสามารถที่สอดคล้องกับประเภทรถที่ใช้งานจริง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในสถานประกอบการครับ
ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line:
@tzct
โทร:
094-395-5222
Facebook:
TSM Center
Facebook
Line
Youtube
DDC
,
Forklift
,
TrainingCenter (TZ)
,
TZ Training Zenter
,
ศูนย์เทรนนิ่งเซ็นเตอร์