"กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม? ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องมี?" — เจาะลึกข้อบังคับทางกฎหมาย ขอบเขตข้อยกเว้น และบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการ

“กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม? ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องมี?” — เจาะลึกข้อบังคับทางกฎหมาย ขอบเขตข้อยกเว้น และบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการ

“กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม? ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องมี?” — เจาะลึกข้อบังคับทางกฎหมาย ขอบเขตข้อยกเว้น และบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการ

ในวงการการขนส่งทางถนนและความปลอดภัยขององค์กร หัวข้อเกี่ยวกับ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง หรือ Transport Safety Manager (TSM) กลายเป็นประเด็นที่ผู้บริหาร ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายบริหารยานพาหนะ (Fleet Management) ให้ความสนใจอย่างมาก

เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้บังคับใช้กฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง ทำให้เกิดคำถามและข้อสงสัยตามมาในกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไปว่า “สรุปแล้ว บริษัทเราทำธุรกิจทั่วไปที่มีรถใช้งาน จำเป็นต้องมี TSM หรือไม่? ถ้ามีรถแค่ไม่กี่คันจะเข้าข่ายบังคับไหม?”

บทความนี้จะพาไปถอดรหัสข้อกฎหมายอย่างละเอียด เจาะลึกเกณฑ์การบังคับใช้ รายชื่อประเภทกิจการที่เข้าข่าย ข้อยกเว้น และบทลงโทษ เพื่อให้องค์กรของคุณปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและไม่เสี่ยงต่อการโดนค่าปรับ!

1. ตอบคำถามแรก: “กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม?”

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ “ไม่จริง” กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกบริษัทในประเทศไทยต้องมี TSM

ผู้ที่จะถูกบังคับให้ต้องจัดให้มี TSM คือ “ผู้ประกอบการขนส่งทางถนน” ที่จดทะเบียนใบอนุญาตประกอบการขนส่งกับกรมการขนส่งทางบก และ มีประเภทรถหรือขนาดกองรถ (Fleet Size) ตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

หากองค์กรของคุณเป็นบริษัทเอกชนทั่วไป เช่น บริษัททำบัญชี บริษัทขายสินค้าออนไลน์ หรือบริษัทที่ปรึกษา แล้วมีเพียง รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) หรือรถกระบะป้ายทะเบียนหมวดปกติ (ป้ายทะเบียนตัวหนังสือดำพื้นขาว) สำหรับให้เซลส์หรือผู้บริหารใช้งาน บริษัทของคุณจะ “ไม่อยู่” ในบังคับที่ต้องจัดให้มี TSM

2. เจาะลึก: ใครบ้างที่เข้าข่าย “ต้องมี TSM” ตามข้อบังคับทางกฎหมาย?

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง กรมการขนส่งทางบกได้จัดกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องจัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) ไว้เป็นลำดับขั้นตอน โดยแบ่งตาม ประเภทการขนส่ง และ จำนวนรถ ดังนี้:

┌────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                   Who Needs a TSM? (Target Groups)                     │
├────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. กลุ่มขนส่งวัตถุอันตราย (Hazardous Goods Transport)                  │
│    • ทุกขนาดกองรถ (มีรถเพียง 1 คันก็ต้องมี TSM)                        │
│                                                                        │
│ 2. กลุ่มขนส่งสินค้าทั่วไป (Goods Transport - Truck)                    │
│    • รถบรรทุกไม่ประจำทาง / รถบรรทุกส่วนบุคคลที่มีรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป  │
│                                                                        │
│ 3. กลุ่มขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Transport - Bus & Van)                │
│    • รถโดยสารประจำทาง / รถโดยสารไม่ประจำทาง (ทุกขนาดกองรถ)            │
└────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘

รายละเอียดแยกตามประเภทการขนส่ง:

ก. กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้า (Freight & Logistics)

  • ผู้ขนส่งวัตถุอันตราย (ทุกประเภท): ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊ส เคมีภัณฑ์ หรือสารพิษ หากมีรถบรรทุกวัตถุอันตรายตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป กฎหมายบังคับให้ต้องมี TSM ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

  • ผู้ขนส่งสินค้าทั่วไปด้วยรถบรรทุก (รถป้ายเหลือง/ป้ายขาวหมวด 70-79 หรือ 80-89):

    • หากเป็น การขนส่งไม่ประจำทาง (รับจ้างทั่วไป) หรือ การขนส่งส่วนบุคคล (บรรทุกสินค้าของตนเอง) ที่มีจำนวนรถบรรทุกรวมกันตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป จะต้องจัดให้มี TSM

    • หมายเหตุ: รถบรรทุกในที่นี้นับรวมตั้งแต่รถบรรทุก 6 ล้อ, 10 ล้อ, รถหัวลาก (Tractor), และรถกระบะที่จดทะเบียนเป็นรถบรรทุกขนส่งตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก

ข. กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Transport)

  • รถโดยสารประจำทาง: เช่น รถบัสประจำทาง รถตู้ร่วมบริการ

  • รถโดยสารไม่ประจำทาง: เช่น รถบัส VIP นำเที่ยว, รถตู้เช่าเหมา, รถรับ-ส่งพนักงานของโรงงานหรือบริษัท

  • เกณฑ์บังคับ: กลุ่มผู้โดยสารนี้บังคับ ทุกขนาดกองรถ (มีรถโดยสารเพียง 1 คัน ก็เข้าข่ายต้องมี TSM)

3. ตารางสรุป: ประเมินองค์กรของคุณว่าเข้าข่ายต้องมี TSM หรือไม่?

ประเภทกิจการ / รถที่มีในครอบครองลักษณะการใช้งานสรุปเกณฑ์บังคับ TSM
บริษัทขนส่งน้ำมัน / เคมีภัณฑ์บรรทุกสารอันตรายต้องมี TSM ทันที (เริ่มตั้งแต่ 1 คัน)
บริษัทรถบัสท่องเที่ยว / รถรับส่งพนักงานรับจ้างขนส่งผู้โดยสารต้องมี TSM ทันที (เริ่มตั้งแต่ 1 คัน)
โรงงานอุตสาหกรรม มีรถบรรทุก 6 ล้อ 6 คันขนส่งสินค้าตนเอง (ป้ายส่วนบุคคล)ต้องมี TSM (เนื่องจากมีรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป)
คลังสินค้า มีรถบรรทุก 10 ล้อ 3 คันขนส่งสินค้าตนเอง (ป้ายส่วนบุคคล)ยังไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ (ยังไม่ถึง 5 คัน)
บริษัททั่วไป มีรถกระบะป้ายปกติ 10 คันให้ทีมช่าง/เซลส์ วิ่งทำงานไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ (ไม่ใช่รถตาม พ.ร.บ.ขนส่ง)

4. คุณสมบัติของ TSM และอัตราส่วนการแต่งตั้งต่อจำนวนรถ

หากองค์กรของคุณเข้าข่ายต้องมี TSM กฎหมายกำหนดให้ต้องแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติผ่านการอบรมและทดสอบจากกรมการขนส่งทางบก หรือผู้ได้รับใบรับรองขึ้นทะเบียนเป็น TSM อย่างถูกต้อง

[ TSM to Fleet Ratio Requirements ]

  • รถ 1 – 50 คัน      ► ต้องมี TSM อย่างน้อย 1 คน
  • รถ 51 – 100 คัน    ► ต้องมี TSM อย่างน้อย 2 คน
  • ทุกๆ รถที่เพิ่มขึ้น 50 คัน ► ต้องแต่งตั้ง TSM เพิ่มอีก 1 คน

ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ TSM สามารถเป็น พนักงานประจำของบริษัท (เช่น ฝ่าย จป., ฝ่าย Fleet, ฝ่ายจัดส่ง) ที่ส่งไปอบรม TSM หรือจะใช้บริการ TSM Outsource จากหน่วยงานภายนอกที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ได้เช่นกัน

5. บทลงโทษตามกฎหมาย หากเข้าข่ายแล้ว “ไม่จัดให้มี TSM”

การละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง มีผลกระทบทางกฎหมายและการดำเนินธุรกิจโดยตรง:

  1. โทษปรับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก: ผู้ประกอบการที่ไม่จัดให้มี TSM ตามระยะเวลาที่กำหนด มีความผิดทางกฎหมาย โทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท

  2. กระทบการต่อใบอนุญาตประกอบการ: กรมการขนส่งทางบกใช้การมี TSM เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการประเมินมาตรฐานความปลอดภัย หากไม่มี TSM อาจ ไม่ได้รับการอนุมัติหรือต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

  3. ความรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง: หากรถในกองรถเกิดอุบัติเหตุใหญ่แล้วพบว่าไม่มีการตรวจความพร้อมตามมาตรฐาน TSM ผู้ประกอบการจะถูกตั้งข้อหาประมาทเลินเล่อ และอาจถูกระงับการใช้รถทั้งกองรถ

บทสรุป

คำถามที่ว่า “กฎหมายบังคับให้ทุกบริษัทต้องมี TSM จริงไหม? ใครบ้างที่เข้าข่ายต้องมี?”

คำตอบชัดเจนว่า กฎหมายไม่ได้บังคับทุกบริษัท แต่บังคับเฉพาะ “ผู้ประกอบการขนส่ง” โดยเฉพาะผู้ขนส่งวัตถุอันตราย, ผู้ขนส่งรถโดยสารสาธารณะ/รถรับส่งพนักงาน และผู้ขนส่งสินค้าที่มีรถบรรทุกตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป

หากองค์กรของคุณมีรถเข้าข่ายตามเกณฑ์ การจัดให้มี TSM ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามกฎหมายเพื่อเลี่ยงโทษปรับ 50,000 บาทเท่านั้น… แต่คือการวางระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Pre-trip Inspection, Driver Readiness, Route Management) ที่จะช่วย ลดอุบัติเหตุ ลดค่าน้ำมัน และป้องกันความสูญเสียขององค์กรได้อย่างยั่งยืน!

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน