"TSM คืออะไร? ต่างจาก จป.วิชาชีพ อย่างไร?" ทำไมองค์กรขนส่งยุคใหม่ต้องมีทั้งคู่

“TSM คืออะไร? ต่างจาก จป.วิชาชีพ อย่างไร?” ทำไมองค์กรขนส่งยุคใหม่ต้องมีทั้งคู่

“TSM คืออะไร? ต่างจาก จป.วิชาชีพ อย่างไร?” ทำไมองค์กรขนส่งยุคใหม่ต้องมีทั้งคู่

ในวงการอุตสาหกรรมและการขนส่งทางบก คำว่า จป.วิชาชีพ (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ) เป็นตำแหน่งที่ทุกคนคุ้นเคยดีตามกฎหมายกระทรวงแรงงาน แต่เมื่อกรมการขนส่งทางบกได้บังคับใช้กฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในการขนส่ง พ.ศ. 2564 กำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดให้มี TSM (Transport Safety Manager) หรือ ผู้จัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง ก็เกิดคำถามและข้อสงสัยขึ้นทันทีในฝั่งผู้บริหารและฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล:

“ในเมื่อบริษัทเรามี จป.วิชาชีพ คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว ทำไมต้องส่งคนไปอบรมหลักสูตร TSM หรือต้องแต่งตั้ง TSM เพิ่มอีก?”

“งานของ TSM ซ้ำซ้อนกับ จป.วิชาชีพ หรือไม่?”

คำตอบสั้นๆ คือ “ไม่ซ้ำซ้อน แต่เป็นการทำงานเติมเต็มซึ่งกันและกัน” เพราะจุดเน้น ขอบเขตพื้นที่การทำงาน และข้อบังคับทางกฎหมายของทั้งสองตำแหน่งนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกบทบาท ความสำคัญของหลักสูตร TSM และเหตุผลที่องค์กรขนส่งยุคใหม่ขาดตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งไปไม่ได้

🔍 1. นิยามและขอบเขตการทำงาน: Inside Gate vs. Outside Gate

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ลองจินตนาการถึงรั้วสถานประกอบการหรือคลังสินค้าเป็นเส้นแบ่งขอบเขตความรับผิดชอบ:

┌─────────────────────────────────────────────────────────┐
│              สถานประกอบการ / โรงงาน / คลังสินค้า             │
│                                                         │
│   [จป.วิชาชีพ] ➔ ดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่ (Inside Gate)      │
│   • สภาพแวดล้อมการทำงาน / เครื่องจักร                       │
│   • สารเคมี / อุปกรณ์ PPE / อาชีวอนามัย                     │
│                                                         │
└───────────────────────────┬─────────────────────────────┘
                            │ (ประตูทางออก / Gate Out)
                            ▼
┌─────────────────────────────────────────────────────────┐
│                   ท้องถนน / เส้นทางขนส่ง                  │
│                                                         │
│   [TSM] ➔ ดูแลความปลอดภัยนอกพื้นที่ (Outside Gate)         │
│   • ความพร้อมของพนักงานขับรถ / ชั่วโมงการทำงาน            │
│   • ความพร้อมของรถขนส่ง / การบำรุงรักษา                    │
│   • การติดตามผ่านระบบ GPS / แผนจัดการความเสี่ยงเส้นทาง     │
│                                                         │
└─────────────────────────────────────────────────────────┘

จป.วิชาชีพ (Safety Officer – Professional Level)

  • กฎหมายที่รองรับ: พ.ร.บ. ความปลอดภัย โภชนาการ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (กระทรวงแรงงาน)

  • ขอบเขตพื้นที่: บริเวณ “ภายในสถานประกอบการ” (Inside Gate) เช่น โรงงาน คลังสินค้า อาคารสำนักงาน

  • ภารกิจหลัก: ประเมินความเสี่ยงจากการทำงานกับเครื่องจักร สารเคมี สภาพแวดล้อม การใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) อาชีวอนามัย และการสอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่โรงงาน

TSM (Transport Safety Manager)

  • กฎหมายที่รองรับ: พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงความปลอดภัยในการขนส่ง (กรมการขนส่งทางบก)

  • ขอบเขตพื้นที่: บริเวณ “นอกสถานประกอบการจนถึงท้องถนน” (Outside Gate) และการสัญจรเคลื่อนย้ายทั้งหมด

  • ภารกิจหลัก: ควบคุมและบริหารจัดการระบบความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร ตั้งแต่ความพร้อมของพนักงานขับรถ ความพร้อมของตัวรถ การติดตามการขับขี่ผ่าน GPS การวางแผนเส้นทาง ไปจนถึงการจัดการเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน

📋 2. เจาะลึกภารกิจ 5 ด้านของหลักสูตร TSM (5 Safety Pillars)

หลักสูตรการอบรม TSM ถูกออกแบบขึ้นมาเฉพาะทาง เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเข้าใจในธรรมชาติของการขนส่งทางบกโดยเฉพาะ โดยผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร TSM จะต้องมีความรู้และสามารถบริหารจัดการระบบความปลอดภัยในองค์กรได้ครอบคลุม 5 หมวดหลัก:

[โครงสร้างการทำงาน TSM 5 หมวดหลัก]
  ├── 1. การบริหารจัดการการขนส่ง (Transport Management)
  ├── 2. การบริหารจัดการบุคลากรขับรถ (Driver Management)
  ├── 3. การบริหารจัดการยานพาหนะ (Vehicle Management)
  ├── 4. การบริหารจัดการการติดตามการขับขี่ (Tracking & Route Management)
  └── 5. การวิเคราะห์และป้องกันอุบัติเหตุ (Accident Analysis & Prevention)

หมวดที่ 1: การบริหารจัดการการขนส่ง (Transport Management)

การวางโครงสร้างนโยบายความปลอดภัยขององค์กร การกำหนดมาตรฐานการทำงาน (SOP) ในการขนส่งสินค้าแต่ละประเภท โดยเฉพาะสินค้าอันตราย (Dangerous Goods/ADR) และการเตรียมแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Plan)

หมวดที่ 2: การบริหารจัดการบุคลากรขับรถ (Driver Management)

  • การตรวจความพร้อมก่อนปฏิบัติงาน (Ready to Work): การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ การตรวจสารเสพติด การตรวจสุขภาพประจำปี และความพร้อมทางร่างกาย

  • การควบคุมชั่วโมงการทำงาน (Working Hours): กำหนดให้พนักงานขับรถทำงานไม่เกินที่กฎหมายกำหนด (ขับต่อเนื่องไม่เกิน 4 ชั่วโมง ต้องพักอย่างน้อย 30 นาที และขับรวมกันไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน) เพื่อป้องกันภาวะ “หลับใน” (Micro-sleep)

หมวดที่ 3: การบริหารจัดการยานพาหนะ (Vehicle Management)

  • การตรวจเช็กรถก่อนออกเดินทาง (Pre-Trip Inspection): กำหนดระบบ Daily Checklist ตรวจสอบระบบลมเบรก ดอกยาง สัญญาณไฟ ยางอะไหล่ และอุปกรณ์กู้ภัยประจำรถ

  • การวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance): วางรอบระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายอะไหล่และตรวจสภาพรถตามระยะทางหรือระยะเวลา ไม่รอให้รถเสียกลางทาง

หมวดที่ 4: การบริหารจัดการการติดตามการขับขี่และเส้นทาง (Tracking & Route Management)

  • การประเมินความเสี่ยงเส้นทาง (Route Risk Assessment): วิเคราะห์จุดเสี่ยง จุดดำ (Black Spots) โค้งอันตราย หรือทางลาดชันสูง พร้อมจัดทำคู่มือการเดินทางปลอดภัยให้พนักงาน

  • การควบคุมผ่านระบบ GPS Real-time: มอนิเตอร์การใช้ความเร็วเกินกำหนด การจอดรถในพื้นที่เสี่ยง หรือการขับรถติดต่อกันเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด

หมวดที่ 5: การวิเคราะห์และป้องกันอุบัติเหตุ (Accident Analysis & Prevention)

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น TSM มีหน้าที่สืบสวนหา “ต้นเหตุที่แท้จริง” (Root Cause Analysis) ผ่านข้อมูลในกล่องดำ/GPS และสภาพการชน แล้วนำมาปรับปรุงมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

⚖️ 3. ตารางเปรียบเทียบเชิงโครงสร้าง: จป.วิชาชีพ vs TSM

ประเด็นเปรียบเทียบจป.วิชาชีพ (Safety Officer)TSM (Transport Safety Manager)
หน่วยงานผู้ออกกฎหมายกระทรวงแรงงาน (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก)
กลุ่มเป้าหมายกฎหมายสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป (ตามประเภทกลุ่มเสี่ยง)ผู้ประกอบการขนส่งสินค้า/ผู้โดยสาร ตามที่กฎหมายกำหนด
วัตถุประสงค์หลักป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคจากการทำงานป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและควบคุมมาตรฐานการขนส่ง
เน้นการควบคุมสภาพแวดล้อม, เครื่องจักร, สารเคมี, อุปกรณ์ PPEสภาพร่างกายคนขับ, สภาพรถ, ความเร็ว, เส้นทาง, GPS
เครื่องมือหลักในการทำงานJSA, Safety Walk, ตรวจวัดแสง/เสียง/ความร้อนGPS Tracking, Daily Checklist, Alcohol Tester, Route Risk

🛡️ 4. ทำไมบริษัทขนส่งถึง “ต้องมีทั้งคู่”?

การมีเพียง จป.วิชาชีพ หรือ TSM อย่างใดอย่างหนึ่ง จะทำให้ระบบความปลอดภัยขององค์กรเกิด “ช่องโหว่” (Safety Gaps) ทันที:

[มีแค่ จป.วิชาชีพ]  ➔ รถวิ่งออกจากคลังสินค้า ➔ ไร้การติดตาม GPS / คนขับหลับใน / เบรกแตก ➔ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
[มีแค่ TSM]         ➔ พนักงานยกของในคลังสินค้าบาดเจ็บ / สารเคมีรั่วไหลในโรงงาน ➔ ผิดกฎหมายกระทรวงแรงงาน
[มีทั้ง จป.+ TSM]   ➔ ดูแลความปลอดภัยครอบคลุม 100% ตั้งแต่ในคลังสินค้าจนถึงมือลูกค้าปลายทาง

1) เติมเต็มความปลอดภัยแบบ End-to-End

จป.วิชาชีพ จะดูแลพนักงานขับรถในขณะที่กำลังยกของ โหลดสินค้า หรือเดินอยู่ในคลังสินค้า แต่เมื่อพนักงานขับรถติดเครื่องยนต์และสตาร์ทรถออกจากประตูโรงงานไปบนถนนหลวง บทบาทของ TSM จะเข้ามารับช่วงต่อในการมอนิเตอร์พฤติกรรมการขับขี่จนกว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย

2) การปฏิบัติตามกฎหมายที่แยกส่วนกัน

องค์กรไม่สามารถอ้างกับกรมการขนส่งทางบกได้ว่า “มี จป.วิชาชีพ แล้วจึงไม่จัดตั้ง TSM” เพราะถือเป็นกฎหมายคนละฉบับ การไม่จัดตั้ง TSM ตามระยะเวลาที่กำหนด มีโทษปรับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก สูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท และอาจมีผลกระทบต่อการต่อใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

3) การยกระดับสู่มาตรฐานสากลและการลดต้นทุน

การทำงานร่วมกันระหว่าง จป.วิชาชีพ และ TSM ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงและค่าน้ำมัน: TSM คุมพฤติกรรมการขับขี่ผ่าน GPS ช่วยลดการขับรถเร็วและการจอดดับเครื่องไม่เรียบร้อย

  • ลดเบี้ยประกันภัย Fleet: ประวัติอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) จากการคุมเข้มของ TSM ช่วยให้บริษัทนำไปต่อรองลดค่าเบี้ยประกันภัยรายปีได้มหาศาล

  • สร้างความน่าเชื่อถือให้คู่ค้า: ผู้ว่าจ้างขนส่งระดับมหาชนหรือบริษัทข้ามชาติในปัจจุบัน กำหนดให้คู่ค้าขนส่งต้องมีระบบ TSM ที่เข้มงวดเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับงาน

💡 บทสรุปส่งท้าย

จป.วิชาชีพ และ TSM ไม่ใช่ตำแหน่งที่มาแย่งงานกันเอง แต่คือ “สองประสานความปลอดภัย” ที่องค์กรขนส่งยุคใหม่ต้องมี

การส่งบุคลากรเข้ารับการอบรม หลักสูตร TSM จึงไม่ใช่เพียงการทำตามข้อบังคับเพื่อเลี่ยงโทษปรับจากกรมการขนส่งทางบก แต่คือ “การลงทุนเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยปกป้องชีวิตพนักงาน คุ้มครองทรัพย์สินองค์กร และยกระดับธุรกิจขนส่งให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนบนท้องถนน

 

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน