"TSM 1 คน ดูแลรถขนส่งได้กี่คัน? ควบหลายบริษัทได้ไหม?"

“TSM 1 คน ดูแลรถขนส่งได้กี่คัน? ควบหลายบริษัทได้ไหม?”

“TSM 1 คน ดูแลรถขนส่งได้กี่คัน? ควบหลายบริษัทได้ไหม?”

สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของธุรกิจ SME รวมถึงผู้ที่สอบผ่านการรับรองเป็น บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager: TSM) ประเด็นเรื่อง “อัตราส่วนการรับดูแลรถ” และ “การรับตำแหน่งควบหลายบริษัท” ถือเป็นคำถามยอดฮิตทางกฎหมายที่ถูกสอบถามเข้ามามากที่สุด

เนื่องจากในทางปฏิบัติ TSM คือผู้รับผิดชอบระบบความปลอดภัยของการเดินรถ หากรับดูแลรถมากเกินไปจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตรวจความพร้อมของคนและรถได้จริง หรือรับงานซ้อนจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง อาจส่งผลกระทบทางกฎหมายทั้งต่อตัวผู้ประกอบการและตัว TSM เอง

บทความนี้จะมาเจาะลึกข้อกำหนดตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รวมถึงข้อควรระวังสำคัญสำหรับ TSM และผู้ประกอบการครับ

1. TSM 1 คน ดูแลรถขนส่งได้สูงสุดกี่คัน?

กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเกณฑ์สัดส่วนจำนวนรถต่อ TSM 1 คน ไว้ในประกาศและข้อกำหนดการแต่งตั้งบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ “งานล้นมือ” จนไม่สามารถทำหน้าที่คัดกรองความปลอดภัยก่อนออกเดินทางได้จริง โดยแบ่งตามประเภทการขนส่งดังนี้:

┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│                    TSM 1 PERSON CAPACITY LIMITS                          │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ รถขนส่งสินค้า / ขนส่งส่วนบุคคล  ──► ดูแลได้สูงสุด ไม่เกิน 100 คัน           │
│                                                                          │
│ รถโดยสารสาธารณะ (ประจำทาง)    ──► ดูแลได้สูงสุด ไม่เกิน 50 คัน            │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
ประเภทการขนส่งจำนวนรถสูงสุดที่ TSM 1 คน ดูแลได้เหตุผลทางเทคนิคและข้อกฎหมาย

การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก


(ไม่ประจำทาง / ขนส่งส่วนบุคคล)

ไม่เกิน 100 คันรถบรรทุกสินค้าส่วนใหญ่มีรอบการปล่อยรถที่เป็นช่วงเวลาแน่นอน และกระจายตามรอบวิ่ง TSM จึงสามารถบริหารจัดการคัดกรองได้สูงสุดไม่เกิน 100 คัน

การขนส่งผู้โดยสาร


(รถประจำทาง / รถโดยสารสาธารณะ)

ไม่เกิน 50 คันรถโดยสารมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก มีรอบเวลาเข้า-ออกสถานีถี่ตลอดทั้งวัน TSM จึงต้องใช้เวลาตรวจเข้มงวดกว่า จึงจำกัดไว้ไม่เกิน 50 คัน
การขนส่งวัตถุอันตราย (Hazardous Goods)จำกัดความเข้มงวดพิเศษแม้จำนวนรถอาจใช้เกณฑ์เดียวกับรถบรรทุก แต่ต้องมีแผนการจัดการความเสี่ยงและมาตรการฉุกเฉินเฉพาะด้านเพิ่มเติม

คำถามเพิ่มเติม: “ถ้าบริษัทมีรถบรรทุก 250 คัน ต้องมี TSM กี่คน?”

คำตอบ: บริษัทต้องแต่งตั้ง TSM อย่างน้อย 3 คน ขึ้นระบบขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้สัดส่วนเฉลี่ยไม่เกิน 100 คันต่อ TSM 1 คน

2. TSM สามารถ “ควบหลายบริษัท” ได้หรือไม่?

อีกหนึ่งคำถามทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และฟรีแลนซ์ TSM สงสัยมากที่สุด คือ “หาก TSM คนเดียว อยากรับงานดูแลให้บริษัท A, บริษัท B และบริษัท C พร้อมกัน จะสามารถทำได้หรือไม่?”

คำตอบทางกฎหมาย: “ทำได้… แต่มีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ”

  1. เงื่อนไขที่ 1: ผลรวมจำนวนรถทุกบริษัทต้องไม่เกินเกณฑ์

    • หาก TSM นาย ก. รับดูแลบริษัทขนส่งสินค้า 3 แห่ง (บริษัท A มีรถ 30 คัน, บริษัท B มีรถ 40 คัน, บริษัท C มีรถ 20 คัน) รวมกันได้ 90 คัน“สามารถทำได้” เพราะยอดรวมไม่เกิน 100 คัน

    • แต่หากบริษัท A มีรถ 60 คัน และบริษัท B มีรถ 50 คัน รวมเป็น 110 คัน“ทำไม่ได้” ระบบขึ้นทะเบียนของกรมการขนส่งทางบกจะปฏิเสธการจับคู่ TSM กับบริษัทที่สองทันทีเนื่องจากเกินสิทธิ์

  2. เงื่อนไขที่ 2: ต้องปฏิบัติหน้าที่จริง ณ สถานประกอบการ (On-site Duty)

    • การรับงานควบหลายบริษัท ไม่ใช่นามสถิตหรือการแขวนชื่อป้าย TSM จะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจบังคับ 5 ด้านจริง เช่น การสุ่มตรวจความพร้อมของคนขับ (แอลกอฮอล์/สารเสพติด) และการเช็ก Daily Checklist ของตัวรถก่อนออกวิ่ง

    • หากบริษัทตั้งอยู่ห่างไกลกันคนละจังหวัด การรับควบหลายบริษัทอาจทำให้เกิดข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่จริงเมื่อถูกขนส่งเข้าตรวจสอบ (Audit)

3. ความเสี่ยงและบทลงโทษ หาก “จับคู่ซ้อน” หรือ “สวมชื่อ”

ในอดีตเคยมีความพยายามนำชื่อ TSM ไปขึ้นทะเบียนให้หลายบริษัทเกินเกณฑ์ หรือรับแต่งตั้งแต่ไม่ได้เข้าทำงานจริง ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลกลาง (TSM Central Database) ทำให้ตรวจพบการซ้ำซ้อนได้ทันที

ผลกระทบหากปฏิบัติหน้าที่ไม่จริงหรือเกินเกณฑ์:

  • ฝั่งผู้ประกอบการ (Logistics Companies):

    • ถูกปรับตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก สูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท ฐานไม่จัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

    • ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้

  • ฝั่งตัว TSM (Transport Safety Manager):

    • ถูกเพิกถอนหนังสือรับรอง (Blacklist): หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แล้วผลสอบสวนพบว่า TSM เซ็นรับรองความพร้อมเท็จ หรือไม่ได้มาปฏิบัติงานจริง กรมฯ มีอำนาจเพิกถอนการขึ้นทะเบียน TSM

    • ความรับผิดทางกฎหมาย: หากมีความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นจากการละเลยหน้าที่ TSM อาจถูกสอบสวนในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการประมาทเลินเล่อได้

4. ข้อแนะนำเชิงยุทธศาสตร์สำหรับองค์กรและ TSM

เพื่อบริหารจัดการความปลอดภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรดำเนินการดังนี้:

  1. เลือกโมเดลการจ้างงานให้เหมาะสม:

    • In-house TSM (จ้างประจำ): เหมาะสำหรับบริษัทที่มีรถเกิน 30-50 คันขึ้นไป เพื่อให้ TSM โฟกัสกับการมอนิเตอร์ระบบ GPS ตรวจสอบรถ และสอบสวนอุบัติเหตุได้ตลอด 8 ชั่วโมง

    • Outsource / Part-time TSM: เหมาะสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่มีรถ 5-15 คัน ซึ่งสามารถใช้บริการ TSM สัญญาจ้างภายนอกได้ แต่ต้องมั่นใจว่า TSM มีตารางเข้ามาตรวจหน้างานจริง

  2. ใช้เทคโนโลยี Fleet Management ช่วยลดภาระงาน:

    • TSM ควรใช้ระบบ Digital Daily Checklist ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ ให้คนขับถ่ายรูปตรวจรถและส่งผลตรวจแอลกอฮอล์เข้า Dashboard เพื่อให้ TSM สามารถกำกับดูแลรถจำนวนมากได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

บทสรุป

เกณฑ์ 100 คันสำหรับรถบรรทุก และ 50 คันสำหรับรถโดยสาร คือตัวเลขที่กฎหมายออกแบบมาบนพื้นฐานของความปลอดภัยจริง TSM สามารถรับดูแลหลายบริษัทได้ตราบใดที่ “ผลรวมรถไม่เกินเกณฑ์” และ “สามารถปฏิบัติหน้าที่คัดกรองความปลอดภัยได้จริง”

การวางแผนสัดส่วน TSM ให้เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยให้บริษัทผ่านการประเมินตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืนครับ

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน