การจัดตั้งตำแหน่ง บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager: TSM) ไม่ใช่เพียง “นโยบายสมัครใจ” หรือกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กร แต่เป็น “มาตรการบังคับทางกฎหมาย” ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม หรือ TSM บางราย ที่มีความเข้าใจผิด คิดว่าการไม่แต่งตั้ง TSM เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือคิดว่าสามารถ “สวมชื่อ/จ้างแขวนชื่อบังหน้า” โดยไม่จำเป็นต้องลงมือปฏิบัติงานจริงเพื่อประหยัดต้นทุน
บทความนี้จะมาเจาะลึก บทลงโทษทางกฎหมาย ผลกระทบเชิงธุรกิจ และความรับผิดชอบทางอาญา/แพ่ง ทั้งในฝั่งของผู้ประกอบการและตัว TSM เองอย่างละเอียดครับ
หากสถานประกอบการเข้าข่ายต้องมี TSM ตามกฎหมาย แต่ละเลยไม่แต่งตั้ง หรือไม่แจ้งขึ้นทะเบียนตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องเผชิญกับบทลงโทษและการลงโทษทางปกครอง 3 ระดับ ดังนี้:
┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ PENALTIES FOR TRANSPORT OPERATORS │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. โทษปรับทางอาญา ──► ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ. ขนส่งฯ │
│ 2. มาตรการทางปกครอง ──► ไม่ต่อใบอนุญาตประกอบการ / พักใช้ / เพิกถอน │
│ 3. ความรับผิดชอบทางแพ่ง ──► ถูกจ่ายค่าเสียหายละเมิดหนักขึ้นกรณีเกิดอุบัติเหตุ │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดการขนส่งที่ต้องจัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง
ผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่จัดให้มี TSM ตามเกณฑ์ที่กำหนด มีความผิดต้องระวางโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ต่อหนึ่งฐานความผิด
นี่คือโทษที่สร้างความเสียหายเชิงธุรกิจมากที่สุด! ในปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกได้เชื่อมโยงระบบแต่งตั้ง TSM เข้ากับ “ระบบการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง”
หากบริษัทไม่มี TSM ที่ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบกลาง ระบบจะ ระงับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (Transport License) หรือระงับการต่อภาษีประจำปีของรถในกองรถ (Fleet)
การดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกสั่งหยุดการเดินรถทันที
หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน แล้วพิสูจน์ได้ว่าบริษัท “ไม่มี TSM หรือไม่มีระบบการตรวจความพร้อมก่อนออกเดินทาง”
ศาลและบริษัทประกันภัยจะมองว่าผู้ประกอบการ “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (Gross Negligence)”
บริษัทประกันภัยอาจใช้เป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนบางส่วน หรือฟ้องไล่เบี้ยคืนจากบริษัท
ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษในทางแพ่งได้สูงกว่าปกติหลายเท่าตัว
ผู้ที่สอบผ่านและขึ้นทะเบียนเป็น TSM หลายคนเข้าใจผิดว่า “เราเป็นแค่พนักงาน/ที่ปรึกษา เซ็นๆ เอกสารไปตามที่บริษัทบอก เกิดอะไรขึ้นบริษัทก็รับผิดชอบไป” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ เสี่ยงติดคุกและเสียอนาคตอย่างยิ่ง!
หาก TSM มีชื่อในระบบ แต่ไม่ปฏิบัติหน้าที่จริง หรือเซ็นรับรองความพร้อมของคนและรถโดยไม่ได้ตรวจเช็ก (Pre-trip Check) เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น TSM จะโดนบทลงโทษดังนี้:
กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของ TSM (Audit Process)
หากสืบทราบว่า TSM ละเลยไม่จัดทำเอกสารความปลอดภัยตามภารกิจบังคับ 5 ด้าน หรือยินยอมให้สวมชื่อบังหน้า
กรมฯ จะดำเนินการ “เพิกถอนหนังสือรับรองการเป็น TSM ทันที” และห้ามเข้ารับการขึ้นทะเบียนใหม่ตามระยะเวลาที่กำหนด (หมดสิทธิ์ประกอบอาชีพ TSM)
หากเกิดอุบัติเหตุสยดสยอง เช่น รถบรรทุกเบรกแตกชนวินาศกรรม หรือคนขับเสพยา/ง่วงหลับในไปชนคนเสียชีวิต แล้วพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) ลึกเข้าไปสืบสวนกระบวนการปล่อยรถ:
หากพบว่า TSM ไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์/สารเสพติดก่อนออกเดินทาง แต่ลงลายมือชื่อรับรองว่า “ผ่าน”
หรือ TSM รู้ว่าระบบเบรก/ยางรถมีปัญหา แต่ยังเซ็นอนุมัติให้ปล่อยรถออกไปวิ่ง
TSM อาจถูกแจ้งข้อกล่าวหาเป็น “ผู้สนับสนุน หรือผู้ร่วมกระทำความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
| ผู้ได้รับผลกระทบ | กรณี: ไม่แต่งตั้ง TSM เลย | กรณี: แต่งตั้งบังหน้า / TSM ไม่ทำงานจริง |
| ผู้ประกอบการ / บริษัท | • ปรับสูงสุด 50,000 บาท • ไม่ได้รับต่ออายุใบอนุญาตขนส่ง • รถในฟลีตต่อภาษีไม่ได้ ถูกสั่งหยุดวิ่ง | • ปรับกรณีเอกสารเท็จ • ถูกปฏิเสธการเคลมประกันภัยเมื่อเกิดเหตุ • ถูกฟ้องค่าเสียหายเชิงลงโทษฐานประมาทร้ายแรง |
| ตัว TSM | (ยังไม่มีตัวตนในระบบ) | • ถูกเพิกถอนใบรับรอง TSM (ติดแบล็กลิสต์) • เสียประวัติในการประกอบอาชีพ • เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญาร่วม กรณีเกิดอุบัติเหตุตาย/เจ็บ |
เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทและตัว TSM ต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมาย ควรปฏิบัติดังนี้:
แต่งตั้งและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง: เมื่อมีประเภทและจำนวนรถเข้าข่าย ต้องจัดหาผู้ผ่านการอบรมสอบผ่าน TSM ยื่นขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทันที
ทำระบบการตรวจเช็กจริง (Daily Checklist): กำหนดให้ TSM และทีมงานตรวจคัดกรองคนขับ (แอลกอฮอล์/ความพร้อม) และตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และจัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 1 ปี เพื่อรองรับการสุ่มตรวจจากขนส่ง
ใช้ระบบดิจิทัลช่วยบันทึกหลักฐาน: ใช้แอปพลิเคชันหรือระบบ Fleet Management ที่บันทึกภาพถ่าย พิกัด GPS และเวลาการตรวจจริง เพื่อเป็นหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า TSM ได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มมาตรฐานแล้ว
กฎหมาย TSM ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ “หยุดยั้งอุบัติเหตุเชิงป้องกันบนท้องถนน” การมองข้ามไม่แต่งตั้ง TSM หรือการจ้างแขวนชื่อบังหน้า อาจช่วยประหยัดเงินได้เพียงเล็กน้อยในระยะสั้น
แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดอุบัติเหตุ หรือถูกกรมการขนส่งทางบกเข้าตรวจสอบ “ผลเสียที่ตามมาทั้งโทษปรับ การถูกยึดใบอนุญาตประกอบการ และโทษจำคุก” มีมูลค่ามหาศาลกว่าค่าตอบแทน TSM หลายร้อยเท่า
การทำตามกฎหมายให้ถูกต้อง แต่งตั้ง TSM ที่มีความรู้จริง และสนับสนุนให้เขาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ จึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจขนส่งครับ!