บทความนี้จะเน้นการใช้หลักการ DDC (Defensive Driving Course) เพื่อสอนทักษะที่จำเป็นในการ เอาตัวรอด เมื่อรถถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเตรียมพร้อมและจัดการอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ภัยพิบัติครับ
ในสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน รถยนต์สามารถกลายเป็นกับดักที่อันตรายถึงชีวิตได้ เมื่อน้ำเข้าสู่ห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว ระบบไฟฟ้าจะล้มเหลว ทำให้กระจกและประตูไม่สามารถเปิดได้ หลักสูตร DDC สอนให้ผู้ขับขี่ต้อง เตรียมพร้อมรับมือ กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ ด้วยการตั้งสติ และการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
DDC เน้นย้ำว่าการป้องกันเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ควรจัดเตรียมอุปกรณ์สำคัญที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว:
ค้อนทุบกระจกและมีดตัดเข็มขัดนิรภัย (Life Hammer): เป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุด ควรติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ เอื้อมถึงได้ง่ายที่สุด แม้ในขณะที่ถูกน้ำท่วมและไม่สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยได้
ชุดไฟฉายกันน้ำ/วิทยุพกพา: ใช้ในการให้สัญญาณขอความช่วยเหลือในเวลากลางคืน และรับฟังข้อมูลข่าวสารจากภายนอก
เสื้อชูชีพ/เสื้อสะท้อนแสง: หากต้องออกจากรถและลุยน้ำ ควรมีเสื้อชูชีพขนาดเล็กแบบพับได้ หรือเสื้อสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัย
เมื่อรถถูกน้ำท่วมและกำลังจะจม ผู้ขับขี่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีสติ:
Step 1: ปลดล็อคและเปิดประตู/กระจกทันที: ทันทีที่รถเริ่มถูกน้ำท่วมและน้ำยังไม่ท่วมสูงจนเกินไป ให้รีบปลดล็อคประตูทุกบาน และ ลดกระจกหน้าต่างลงให้เร็วที่สุด การดำเนินการนี้ต้องทำก่อนที่ระบบไฟฟ้าจะล้มเหลว
Step 2: ปลดเข็มขัดนิรภัย: หากน้ำท่วมแล้วให้รีบปลดเข็มขัดนิรภัยของตนเองและผู้โดยสาร การใช้มีดตัดเข็มขัดเป็นทางเลือกสุดท้าย
Step 3: การหนีจากรถที่กำลังจม:
อย่าเปิดประตูทันที: หากน้ำท่วมสูงถึงขอบประตูแล้ว แรงดันน้ำภายนอกจะทำให้คุณไม่สามารถเปิดประตูได้ ควร รอ จนกว่าน้ำจะท่วมห้องโดยสารจนเกือบเต็ม (แรงดันน้ำภายในและภายนอกเกือบเท่ากัน) แล้วจึงผลักประตูออก
ใช้ค้อนทุบกระจก: หากไม่สามารถเปิดประตูหรือลดกระจกได้ ให้ใช้ค้อนทุบกระจกตรงมุมใดมุมหนึ่งของหน้าต่างกระจกด้านข้าง (ไม่ใช่กระจกหน้า) ซึ่งเป็นจุดที่กระจกมีความแข็งแกร่งน้อยที่สุด
DDC สอนให้ควบคุมสัญชาตญาณที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยง:
ห้ามเสียเวลาหาโทรศัพท์หรือทรัพย์สิน: ในช่วงนาทีวิกฤต ให้เน้นที่การหนีออกจากรถเท่านั้น ทรัพย์สินสามารถหาใหม่ได้ แต่ชีวิตหาไม่ได้
ห้ามพยายามสตาร์ทรถซ้ำ: เมื่อรถดับกลางน้ำแล้ว การพยายามสตาร์ทซ้ำจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายอย่างรุนแรง (Water Hammer) และอาจทำให้ระบบไฟฟ้าหมดไปโดยเปล่าประโยชน์
เมื่อออกมาจากรถแล้ว ยังไม่ถือว่าพ้นอันตราย:
มุ่งหน้าสู่ที่ปลอดภัย: หากต้องว่ายน้ำหรือลุยน้ำ ให้มุ่งหน้าไปยังจุดที่สูงที่สุดที่สามารถมองเห็นได้
ระวังอันตรายที่ซ่อนเร้น: พึงระวัง กระแสน้ำเชี่ยว, สายไฟฟ้าที่ขาด และ สัตว์มีพิษ ในบริเวณน้ำท่วม เมื่อออกมาจากรถแล้วควรรีบขอความช่วยเหลือและอย่าเข้าใกล้รถที่กำลังจมอีก