การเปลี่ยนจากนักขับรถส่วนบุคคลสู่การเป็น “นักขับรถสาธารณะมืออาชีพ” ในปี 2569 มีรายละเอียดและมาตรฐานที่สูงขึ้น บทความนี้จะช่วยสรุปทุกขั้นตอนที่คุณต้องรู้ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วครับ
ใบอนุญาตขับรถประเภท ท. คือใบอนุญาตที่สามารถขับรถได้ทั้ง ส่วนบุคคล และ เพื่อการขนส่ง (รับจ้าง/สาธารณะ) โดยแบ่งตามลักษณะรถดังนี้:
ท.1: รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถและน้ำหนักบรรทุกรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถโดยสารที่ขนส่งคนไม่เกิน 20 คน
ท.2: รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือรถโดยสารที่ขนส่งคนเกิน 20 คน
ท.3: รถลากจูง (รถพ่วง หรือ รถกึ่งพ่วง)
ท.4: รถที่ใช้ขนส่งวัตถุอันตราย (ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรสินค้าอันตรายเพิ่มเติม)
ก่อนเดินทางไปยังกรมการขนส่งทางบก ตรวจเช็กคุณสมบัติและเอกสารให้พร้อม:
คุณสมบัติ:
มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (ท.1) หรือ 22 ปีบริบูรณ์ (ท.2-ท.4)
ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เอกสารที่ใช้:
บัตรประชาชน (ตัวจริง)
ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล (ตัวจริง) ที่ยังไม่หมดอายุ
ใบรับรองแพทย์ (ตามแบบที่แพทยสภากำหนด อายุไม่เกิน 1 เดือน)
จองคิวออนไลน์: แนะนำให้จองผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue เพื่อเลือกวันและเวลาที่สะดวกที่สุด
ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: ประกอบด้วยการทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การตอบสนองเบรก และการทดสอบตาบอดสี
การอบรม: เข้ารับการอบรมความรู้กฎหมายจราจร จรรยาบรรณ และการขับขี่ปลอดภัย (ใช้เวลาประมาณ 10-15 ชั่วโมง ตามประเภทใบอนุญาต)
การสอบข้อเขียนและภาคปฏิบัติ: ทดสอบความรู้ทางทฤษฎีและทักษะการขับรถตามประเภทที่ขอ (เช่น การถอยจอด การหยุดรถตามเครื่องหมาย)
การตรวจสอบประวัติอาชญากรรม: ขั้นตอนนี้สำคัญมากสำหรับรถสาธารณะ โดยกรมการขนส่งฯ จะส่งประวัติไปตรวจสอบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ใช้เวลาประมาณ 15-30 วัน)
หลังจากผ่านทุกขั้นตอนและผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม “ไม่พบประวัติเสียหาย” เจ้าหน้าที่จะเรียกให้ไปชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปทำบัตร
ค่าธรรมเนียม: ประมาณ 200 – 400 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทและอายุบัตร)
อายุใบอนุญาต: ใบอนุญาตประเภท ท. มีอายุ 3 ปี และต้องต่ออายุทุกครั้งพร้อมตรวจสอบประวัติใหม่
การขอใบอนุญาตประเภท ท.2 – ท.4 มีความยากในภาคปฏิบัติมากกว่ารถเล็ก แนะนำให้ผู้สมัคร “ฝึกซ้อมการกะระยะจุดบอด” และ “การใช้เกียร์ในทางลาดชัน” ให้ชำนาญก่อนลงสนามสอบจริงครับ