ผู้ประกอบการขนส่งหลายท่านอาจยังลังเลว่า “เราจำเป็นต้องมี TSM หรือยัง?” หรือ “ต้องส่งพนักงานไปอบรมกี่คนถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย?” หากปล่อยให้ใบประกอบการหมดอายุโดยไม่มี TSM (Transport Safety Manager) อาจส่งผลกระทบใหญ่ต่อธุรกิจได้
วันนี้ Training Zenter สรุปเกณฑ์ตัดสินจากกรมการขนส่งทางบกมาให้เช็กกันแบบชัดๆ ครับ
กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการที่ใช้รถประเภทดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัย:
การขนส่งสินค้า (รถบรรทุก): รถลักษณะ 1, 4, 7, 8 และ 9 (เช่น รถกระบะบรรทุกคอก, รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์, รถพ่วง, รถลากจูง)
การขนส่งผู้โดยสาร: ทั้งแบบประจำทางและไม่ประจำทาง (รถบัส, รถตู้ขนส่ง)
การขนส่งส่วนบุคคล: บริษัทที่มีรถบรรทุกหรือรถโดยสารไว้ใช้งานในกิจการของตนเอง (แม้ไม่ได้จ้างขนส่งเป็นหลัก)
จำนวน TSM ที่กฎหมายบังคับ จะขึ้นอยู่กับ “จำนวนรถ” ในครอบครองของคุณ ดังนี้ครับ:
| จำนวนรถในครอบครอง | จำนวน TSM ที่ต้องมี (อย่างน้อย) |
| 1 – 50 คัน | 1 คน |
| 51 – 100 คัน | 2 คน |
| ทุกๆ 100 คันที่เพิ่มขึ้น | เพิ่ม TSM 1 คน |
ไม่ใช่รถทุกประเภทที่ต้องมี TSM ครับ รถที่ได้รับยกเว้น ได้แก่:
รถที่ใช้ในกิจการส่วนตัวที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก (GVW) ไม่เกิน 12,000 กิโลกรัม
รถบรรทุกเฉพาะกิจบางประเภทตามที่นายทะเบียนกำหนด (เช่น รถดับเพลิง, รถดูดสิ่งปฏิกูล)
หากธุรกิจของคุณเข้าข่ายแต่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน TSM ผลกระทบที่ตามมาคือ:
ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการได้: กรมการขนส่งทางบกจะใช้ TSM เป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักในการต่ออายุ
โทษปรับตามกฎหมาย: มีโทษปรับทางปกครอง ซึ่งส่งผลต่อประวัติความน่าเชื่อถือของบริษัท
ความเสี่ยงด้านประกันภัย: หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและตรวจสอบพบว่าไม่มีระบบ TSM ตามกฎหมาย อาจมีผลต่อการพิจารณาค่าสินไหม
สำหรับลูกค้าที่ใบประกอบการจะหมดอายุในช่วง กรกฎาคม 2569 นี้ การอบรมและขึ้นทะเบียน TSM คือสิ่งที่ “ต้องทำลำดับแรก” ครับ เพราะกระบวนการตั้งแต่การอบรมจนถึงการอนุมัติรายชื่อในระบบของกรมขนส่งฯ อาจใช้เวลา
อย่ารอให้ถึงวันสุดท้าย! มาสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้