เหตุการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในวงการกู้ชีพ เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า “ทักษะการช่วยชีวิต” เพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องควบคู่ไปกับ “จริยธรรมวิชาชีพ” ที่เข้มงวด นี่คือหลักการปฏิบัติที่อาสาสมัครและกู้ชีพทุกคนต้องยึดถือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ในสภาวะมีสติหรือหมดสติ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลรักษาตามความจำเป็นทางวิศวกรรมการแพทย์เท่านั้น
การสัมผัสตัว: ต้องกระทำเพื่อการตรวจเช็กสัญญาณชีพหรือการปฐมพยาบาลตามหลักวิชาการเท่านั้น ห้ามแตะต้องในเชิงอนาจารหรือเกินความจำเป็น
การปกปิด: หากต้องมีการถอดเสื้อผ้าเพื่อติดอุปกรณ์กู้ชีพ (เช่น เครื่อง AED) ต้องมีผ้าคลุมหรือฉากกั้นที่มิดชิด และทำโดยบุคลากรเพศเดียวกันหากเป็นไปได้
การถ่ายภาพ/คลิป: ห้าม ถ่ายภาพใบหน้าหรือสภาพร่างกายผู้ป่วยในลักษณะประจาน หรือนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดียส่วนตัวเด็ดขาด (ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย PDPA และจริยธรรมกู้ชีพ)
พยานในที่เกิดเหตุ: การปฏิบัติงานกับผู้ป่วยเพศตรงข้าม ควรมีพยานหรือเจ้าหน้าที่ร่วมทีมอย่างน้อย 2 คนเสมอ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันข้อครหา
อาสาสมัครกู้ชีพทำงานด้วยจิตอาสา หัวใจสำคัญคือ “ความปลอดภัยของผู้ป่วย” ต้องเป็นที่หนึ่ง
ห้ามฉวยโอกาส: ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือร่างกายของผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้อง ไม่ใช่ผู้ฉวยโอกาสซ้ำเติมความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์
หน่วยงานกู้ภัยต้องมีระบบคัดกรองอาสาสมัครที่เข้มงวด:
ประวัติอาชญากรรม: ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังอย่างละเอียด
การลงโทษ: หากมีการกระทำผิด ต้องมีบทลงโทษขั้นเด็ดขาดคือ “ถอนรายชื่อออกจากการเป็นอาสาสมัคร” และดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด เพื่อรักษาเกียรติของอาสาสมัครท่านอื่นที่ตั้งใจทำงานจริง
| ข้อควรปฏิบัติ (Do) | ข้อห้ามปฏิบัติ (Don’t) |
| รายงานตัวและแจ้งขั้นตอนการรักษา (ถ้าผู้ป่วยมีสติ) | สัมผัสร่างกายเกินความจำเป็นทางการแพทย์ |
| ปกป้องความลับและภาพลักษณ์ผู้ประสบภัย | ถ่ายภาพเพื่อความสนุกหรือยอดไลก์ |
| ปฏิบัติงานโดยยึดหลักมนุษยธรรม | ใช้ตำแหน่งอาสาในการแสวงหาผลประโยชน์ |
กรณีของคุณคริสตินคือบทเรียนราคาแพงที่ทุกหน่วยงานต้องนำไปปรับปรุง มาตรฐานการกู้ชีพไม่ใช่แค่การพาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่คือการส่งมอบความปลอดภัยทั้ง “ร่างกาย” และ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ให้แก่ผู้ประสบภัยครับ