คำถามยอดฮิตที่ทำเอาฝ่าย HR ของบริษัทขนส่งและโรงงานอุตสาหกรรมปวดหัวกันมากที่สุดในตอนนี้คือ “สรุปแล้วบริษัทเราต้องมี TSM (บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง) แบบไหน? แล้วประเภท 1 กับประเภท 2 มันต่างกันยังไง? ถ้าเลือกผิดจะโดนปรับไหม?”
ต้องบอกว่ากรมการขนส่งทางบกได้แบ่งประเภทของ TSM ออกเป็น 2 ประเภท ชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับ “ความเสี่ยง” และ “ลักษณะของธุรกิจขนส่ง” ที่ไม่เท่ากัน
หาก HR ส่งคนไปอบรมและสอบผิดประเภท นอกจากจะเสียเวลาแล้ว อาจทำให้องค์กรผิดข้อกำหนดกฎหมายขนส่งได้เช่นกัน บทความนี้เราจะมาแบไต๋ แยกแยะให้เห็นชัดๆ ว่าบริษัทของคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน และต้องส่งพนักงานคว้าใบรับรองประเภทใดครับ
TSM ประเภท 1 ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมดูแลการขนส่งที่มีความเสี่ยงต่อสาธารณะในระดับสูง หรือองค์กรที่มีเมกะโปรเจกต์ด้านโลจิสติกส์
ใครบ้างที่ต้องสอบประเภท 1:
ผู้ประกอบการขนส่งวัตถุอันตราย (สารเคมี/น้ำมัน/ก๊าซ): ไม่ว่าจะใช้รถกี่คัน ถ้าใบอนุญาตประกอบการระบุว่าเป็นการขนส่งวัตถุอันตราย บังคับต้องเป็น TSM ประเภท 1 เท่านั้นครับ
ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่: เช่น บริษัทรถทัวร์ร่วมบริการ รถบัสไม่ประจำทาง (รถบัสนำเที่ยว/รถบัสรับส่งพนักงานโรงงานที่มีขนาดใหญ่)
บริษัทขนส่งสินค้าทั่วไป “ขนาดใหญ่”: ที่มีจำนวนกองรถบรรทุก (เช่น รถพ่วง รถเทรลเลอร์ 10 ล้อ) เกินเกณฑ์ขั้นสูงตามที่กฎหมายกำหนด
💡 ข้อดีของประเภท 1: ใบรับรอง TSM ประเภท 1 มีคุณสมบัติ “ครอบคลุมสูงสุด” หมายความว่าหากพนักงานสอบผ่านประเภท 1 แล้ว จะสามารถไปบริหารจัดการงานความปลอดภัยของประเภท 2 ได้ด้วย (ใบเดียวคุมได้หมด)
TSM ประเภท 2 จะมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของภาคธุรกิจทั่วไป ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้โดยสารหรือสารเคมีอันตราย
ใครบ้างที่ต้องสอบประเภท 2:
ผู้ประกอบการขนส่ง “ส่วนบุคคล”: เช่น โรงงานผลิตสินค้าทั่วไปที่มีรถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อของตัวเอง เพื่อใช้วิ่งส่งสินค้าไปยังดีลเลอร์หรือคลังสินค้ากระจายส่ง
บริษัทรับจ้างขนส่งสิ่งของ/สินค้าทั่วไป (ไม่ประจำทาง) ขนาดกลางและเล็ก: ที่เน้นรับจ้างขนย้าย ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ตู้คอนเทนเนอร์แห้ง ที่มีจำนวนกองรถไม่เกินเกณฑ์ขนาดใหญ่
⚠️ ข้อจำกัดของประเภท 2: ใบรับรองประเภท 2 จะใช้บริหารได้เฉพาะกองรถสินค้าทั่วไปเท่านั้น “ไม่สามารถ” นำไปใช้คุมกองรถวัตถุอันตรายหรือรถโดยสารสาธารณะได้
| ลักษณะธุรกิจ / กองรถของบริษัท | ต้องใช้ TSM ประเภท 1 | ต้องใช้ TSM ประเภท 2 |
| รถบรรทุกขนส่งสารเคมี, น้ำมัน, ก๊าซ (วัตถุอันตราย) | ✓ (บังคับ) | ✗ |
| รถบัสโดยสาร, รถนำเที่ยว, รถรับส่งพนักงานจดทะเบียนเหลือง | ✓ (บังคับ) | ✗ |
| รถ 10 ล้อ / รถพ่วง ส่งสินค้าทั่วไป (กองรถขนาดใหญ่) | ✓ | ✗ |
| โรงงานที่มีรถบรรทุกส่งสินค้าของตัวเอง (ขนส่งส่วนบุคคล) | ✗ | ✓ (เหมาะสม) |
| บริษัทขนส่งสินค้าทั่วไป / รถตู้ทึบ (ขนาดกลาง-เล็ก) | ✗ | ✓ (เหมาะสม) |
ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการขนส่งก่อน: ให้ HR ขอดูกระดาษใบอนุญาตประกอบการขนส่งของบริษัท (เช่น ใบขส.บ.11 หรือ ขส.บ.12) ว่าระบุประเภทธุรกิจเป็นอย่างไร หากมีคำว่า “วัตถุอันตราย” หรือ “ผู้โดยสาร” ให้ล็อกเป้าส่งติว ประเภท 1 ทันที
วางแผนเผื่ออนาคต: หากปัจจุบันบริษัทเข้าเกณฑ์ประเภท 2 แต่ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กำลังจะขยายกองรถขนานใหญ่ หรือจะรับงานขนส่งเคมีภัณฑ์เพิ่ม การให้พนักงานเรียนและสอบ ประเภท 1 ไปเลยตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดงบประมาณและไม่ต้องส่งมาสอบใหม่ในภายหลัง
การจำแนกประเภท TSM ประเภท 1 และประเภท 2 อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ HR บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนทำงานตรงสายย่อมเข้าใจความเสี่ยงหน้างานจริงได้ดีกว่า ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุของกองรถลดลง และองค์กรดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายขนส่ง 100% ครับ
หากคุณเป็น HR ที่ยังไม่แน่ใจ หรือต้องการสถาบันฝึกอบรมมืออาชีพคอยเป็นที่ปรึกษา เลือกจัดอบรมและส่งพนักงานขึ้นทะเบียน TSM กับ ไอดีไดร์ฟ (หน่วยงานฝึกอบรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก)
เราพร้อมช่วย HR วิเคราะห์ประเภทธุรกิจฟรี! เพื่อเลือกหลักสูตรที่ถูกต้อง (ทั้งประเภท 1 และประเภท 2) เรามีบริการทั้งหลักสูตรเต็ม 18 ชั่วโมง และหลักสูตรทางลัด 6 ชั่วโมงสำหรับ จป.วิชาชีพ เพียบพร้อมด้วยเนื้อหาติวเข้มเก็งข้อสอบระบบคอมพิวเตอร์ e-Exam ให้พนักงานของคุณสอบผ่านฉลุยในรอบเดียว คว้าใบรับรองดิจิทัลมาผูกระบบให้บริษัทได้ทันเวลา