หลังจากที่ กรมการขนส่งทางบก บังคับใช้กฎหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งทุกขนาดต้องแต่งตั้ง ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSM) เพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน สิ่งที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR มากที่สุดคือการแบ่งแยกประเภท TSM เพราะกฎหมายมีการแบ่งเกณฑ์ออกเป็น ประเภทที่ 1 และ ประเภทที่ 2 “บริษัทเราวิ่งรถพ่วง 10 คัน ต้องใช้ TSM ประเภทไหน?” “ถ้าส่งพนักงานไปสอบประเภทที่ 2 จะสามารถมาคุมรถน้ำมันได้ไหม?” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข้อแตกต่างและเกณฑ์การเลือกส่งอบรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณขององค์กรให้มากที่สุดครับ
วิธีที่ง่ายที่สุดในการพิจารณาว่าบริษัทของคุณต้องใช้ TSM ประเภทใด ให้ยึดจาก “ประเภทของวัตถุ/ผู้โดยสารที่ขนส่ง” และ “จำนวนรถ” เป็นเกณฑ์หลักครับ:
TSM ประเภทที่ 1 (ระดับเฉพาะทาง/ความเสี่ยงสูงมาก): บังคับใช้กับกลุ่มธุรกิจที่ขนส่งสินค้าอันตราย หรือขนส่งผู้โดยสารคราวละมากๆ เช่น รถบรรทุกสารเคมี น้ำมัน แก๊ส หรือรถบัสโดยสารประจำทางขนาดใหญ่
TSM ประเภทที่ 2 (ระดับมาตรฐาน/ทั่วไป): บังคับใช้กับกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทั่วไป หรือขนส่งผู้โดยสารขนาดเล็ก เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ รถตู้คอนเทนเนอร์ หรือรถตู้โดยสาร ที่มีจำนวนกองรถไม่เกินเกณฑ์ความเสี่ยงสูง
เพื่อให้ฝ่ายบุคคล (HR) นำไปสะท้อนแผนการฝึกอบรมและจัดจ้างได้อย่างแม่นยำ นี่คือตารางสรุปความแตกต่างในแต่ละด้านตามกฎหมายปี 2569 ครับ:
| มิติความแตกต่าง | TSM ประเภทที่ 1 | TSM ประเภทที่ 2 |
| 1. ประเภทรถที่ต้องควบคุม | • รถบรรทุกวัตถุอันตราย (สารเคมี, น้ำมัน, แก๊ส, วัตถุไวไฟ) • รถโดยสารขนาดใหญ่ (รถบัสสองชั้น, รถทัวร์ต่างจังหวัด) | • รถบรรทุกสิ่งของทั่วไป (4 ล้อใหญ่, 6 ล้อ, 10 ล้อ, รถพ่วง) • รถโดยสารขนาดเล็ก (รถตู้, รถสองแถว, รถปิคอัพ) |
| 2. เกณฑ์จำนวนรถขั้นต่ำ | มีรถวัตถุอันตรายหรือรถบัสโดยสาร ตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป ต้องใช้ประเภทที่ 1 ทันที | มีรถบรรทุกสิ่งของทั่วไป หรือรถโดยสารขนาดเล็ก ตามเกณฑ์จำนวนรถ ที่กฎหมายกำหนด (เช่น กองรถ 1-50 คัน) |
| 3. ขอบเขตสิทธิ์ทางกฎหมาย | ครอบคลุมทั้งหมด (ผู้ที่สอบผ่านประเภทที่ 1 สามารถไปเซ็นรับรองควบคุมกองรถของประเภทที่ 2 ได้) | เฉพาะทางทั่วไป (ดูแลได้เฉพาะรถสินค้าทั่วไป ไม่สามารถ ไปเซ็นรับรองควบคุมรถวัตถุอันตรายได้) |
| 4. ความยากในการสอบ | ข้อสอบเน้นกฎหมายสากลว่าด้วยวัตถุอันตราย ($ADR$) มาตรการระงับเหตุภัยพิบัติขั้นรุนแรง และสารเคมีรั่วไหล | ข้อสอบเน้นกฎหมายจราจร พ.ร.บ. การขนส่งทางบก และการจัดการความปลอดภัย 5 ด้านหลัก ของกรมการขนส่งฯ |
การเลือกประเภท TSM ให้ถูกกฎหมายเป็นเพียงด่านแรก แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการให้ TSM นำระบบเซฟตี้ไปควบคุมพนักงานขับรถหน้างานอย่างเป็นรูปธรรม:
สะพานเชื่อมมิติความปลอดภัย: ผู้จัดการ TSM หลังบ้านที่ผ่านการ อบรม TSM และ สอบ TSM มาแล้ว จะทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการ ตรวจเช็ครถก่อนปฏิบัติงาน และมอนิเตอร์พฤติกรรมความเร็วผ่านหน้าจอระบบติดตามรถ หาก TSM พบว่ามีพนักงานคนไหนเริ่มขับขี่น่ากลัว TSM จะส่งตัวพนักงานคนนั้นไปเข้าคอร์ส อบรม DDC เพื่อฝึกทักษะการ ขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ หรือหากเป็นกลุ่มรถพยาบาล รถฉุกเฉิน ก็จะประสานส่งไป อบรม EVOC และคอยเช็ควงรอบส่งไปรีเฟรชในคอร์ส EVOC ฟื้นฟู ทุกๆ 3 ปี เพื่อให้การบริหารความปลอดภัยสอดประสานกันทั้งองค์กร
การตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการขนส่งของบริษัทตนเองก่อนส่งพนักงานไปอบรม จะช่วยให้องค์กรเลือกประเภท TSM ได้อย่างถูกต้อง ไม่เสียเวลาไปติวสอบผิดประเภท ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณและทำให้บริษัทของคุณปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของ กรมการขนส่งทางบก ได้อย่างถูกต้อง 100% พร้อมเปลี่ยนระบบเอกสารให้เป็นระบบป้องกันอุบัติเหตุที่มีประสิทธิภาพครับ
ไม่ว่าบริษัทของคุณจะเข้าข่ายต้องใช้ TSM ประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 มั่นใจในการเตรียมความพร้อมด้วยการส่งบุคลากรเข้าศึกษาและเก็บชั่วโมงกับ ไอดีไดร์ฟ (ID Drive) เราคือสถาบันฝึกอบรมชั้นนำที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก โครงสร้างหลักสูตร อบรม TSM ของเราอัปเดตตรงประเด็นข้อสอบปี 2569 ติวเข้มทฤษฎีและแนวข้อสอบโดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ผู้เรียนพร้อมลงสนาม สอบ TSM และผ่านได้ในรอบเดียว นอกจากนี้ เรายังพร้อมรองรับการพัฒนาพนักงานขับรถของท่านด้วยหลักสูตรการ อบรม DDC (การขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ) คอร์ส อบรม EVOC และคอร์ส EVOC ฟื้นฟู ครบวงจรแบบ One-Stop Service