"บริษัทขนส่งขนาดเล็กมีรถไม่ถึง 10 คัน ต้องมี TSM ไหม? ไม่ตั้งมีความผิดอย่างไร?": เจาะลึกข้อกฎหมายและทางรอดของผู้ประกอบการ

“บริษัทขนส่งขนาดเล็กมีรถไม่ถึง 10 คัน ต้องมี TSM ไหม? ไม่ตั้งมีความผิดอย่างไร?”: เจาะลึกข้อกฎหมายและทางรอดของผู้ประกอบการ

“บริษัทขนส่งขนาดเล็กมีรถไม่ถึง 10 คัน ต้องมี TSM ไหม? ไม่ตั้งมีความผิดอย่างไร?”: เจาะลึกข้อกฎหมายและทางรอดของผู้ประกอบการ

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก เจ้าของ fleet รถตู้ รถกระบะ หรือบริษัท SME ที่มีรถบรรทุกใช้งานเพียง 2–3 คัน คำถามที่สร้างความสับสนและถูกถามบ่อยที่สุดคือ “รถมีนิดเดียว ไม่ถึง 10 คัน จำเป็นต้องมี TSM (Transport Safety Manager) หรือไม่?”

ความเข้าใจผิดยอดฮิตที่คิดว่า “TSM บังคับเฉพาะบริษัท logistics ขนาดยักษ์ที่มีรถเป็นร้อยคัน” กำลังสร้างความเสี่ยงรุนแรงให้แก่ผู้ประกอบการโดยไม่รู้ตัว เพราะในความเป็นจริง กรมการขนส่งทางบกไม่ได้ใช้ “จำนวนรถ” เป็นเกณฑ์หลัก แต่ใช้ “ประเภทใบอนุญาตประกอบการขนส่ง” เป็นตัวตัดสิน!

บทความนี้จะเจาะลึกข้อกฎหมาย บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม และทางออกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับบริษัทขนส่งขนาดเล็กครับ

1. ตอบชัดๆ: มีรถไม่ถึง 10 คัน ต้องมี TSM ไหม?

คำตอบคือ: “ต้องมี” หากประเภทธุรกิจของคุณเข้าข่ายตามกฎหมาย

ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การจัดทำแผนการจัดการความปลอดภัยในการขนส่ง และการแต่งตั้งบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) ได้กำหนดประเภทการขนส่งที่บังคับต้องมี TSM ไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งตามประเภทใบอนุญาตประกอบการดังนี้:

┌────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│           กลุ่มประเภทการขนส่งที่ "ต้องมี TSM" (ไม่จำกัดจำนวนรถ)            │
├────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. การขนส่งวัตถุอันตราย (ทุกประเภท / มีรถกี่คันก็ต้องมี)                    │
│ 2. การขนส่งผู้โดยสารด้วยรถประจำทาง และรถไม่ประจำทาง (เช่น รถตู้, รถบัส VIP) │
│ 3. การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกไม่ประจำทาง (แผ่นเหล็กทะเบียนเหลือง)           │
│ 4. การขนส่งสินค้าส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุก (แผ่นเหล็กทะเบียนขาว ตัวเลขสีเขียว) │
│    *(เฉพาะรถที่มีน้ำหนักบรรทุก/น้ำหนักรวมเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด)*         │
└────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘

ข้อสังเกตสำคัญ: กฎหมายไม่ได้ระบุข้อยกเว้นว่า “ถ้ามีรถไม่ถึง 10 คันไม่ต้องมี” ดังนั้น แม้บริษัทของคุณจะมี รถบรรทุก 6 ล้อเพียง 1 คัน หรือ รถตู้โดยสาร 2 คัน แต่หากจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบการขนส่งในประเภทที่กำหนด คุณมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องขึ้นทะเบียนแต่งตั้ง TSM ประจำองค์กรครับ

2. หากปล่อยเฉย ไม่ยอมตั้ง TSM มีความผิดและโทษอย่างไร?

การละเลยไม่จัดตั้งบุคลากร TSM ภายในระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ไม่ใช่แค่เรื่องของการปรับเล็กๆ น้อยๆ แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว:

[ โทษและผลกระทบของการ "ไม่จัดตั้ง TSM" ]

  ├── 1. โทษปรับทางกฎหมาย
  │      └── ความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
  │          มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
  │
  ├── 2. โดนระงับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบการ (Direct Business Impact)
  │      └── นายตรวจขนส่งจะไม่ไม่อนุมัติการต่ออายุใบอนุญาตขนส่ง
  │          ส่งผลให้รถในบริษัทไม่สามารถวิ่งประกอบกิจการได้ถูกต้องตามกฎหมาย
  │
  └── 3. ความเสี่ยงทางคดีเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
         └── หากเกิดอุบัติเหตุชนหนักหรือพลิกคว่ำ แล้วสืบทราบว่าบริษัทไร้ TSM
             นายจ้าง/ผู้ประกอบการจะถูกพิจารณาเรื่อง "ละเว้นการควบคุมความปลอดภัย"

1) โทษปรับปรับสูงสุด 50,000 บาท

การไม่แต่งตั้ง TSM หรือไม่จัดทำแผนความปลอดภัยในการขนส่ง ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีบทลงโทษปรับสูงสุด ไม่เกิน 50,000 บาท ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก

2) ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้

นี่คือมาตรการที่ส่งผลกระทบแรงที่สุด! เมื่อใบอนุญาตประกอบการขนส่งหมดอายุ กรมการขนส่งทางบกจะทำการตรวจสอบระบบฐานข้อมูล หากพบว่าบริษัทของคุณยังไม่มีการขึ้นทะเบียน TSM เจ้าหน้าที่จะไม่อนุมัติการต่อใบอนุญาต นั่นหมายความว่า รถทุกคันในบริษัทของคุณจะไม่สามารถวิ่งรับจ้างได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายทันที

3) ความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรง

หากรถของบริษัทเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน แล้วพนักงานสอบสวนหรือกรมการขนส่งทางบกเข้ามาตรวจค้นระบบความปลอดภัย แล้วพบว่าบริษัทไม่เคยจัดตั้ง TSM ไม่เคยตรวจความพร้อม พขร. หรือไม่เคยตรวจเช็กรถตามมาตรฐาน TSM ผู้ประกอบการจะถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมรับผิดชอบเนื่องจาก “ปล่อยปละละเลยความปลอดภัยในการขนส่ง” ซึ่งมีผลต่อการชดใช้ค่าเสียหายและการเคลมประกันภัยด้วย

3. ทางออกสำหรับบริษัทขนาดเล็ก (SME): ทำอย่างไรให้ถูกต้องโดยประหยัดงบ?

สำหรับบริษัทที่มีรถไม่ถึง 10 คัน การจะให้ไปจ้าง TSM ประจำแบบเงินเดือนสูงๆ (Full-time) เดือนละ 30,000–50,000 บาท อาจกลายเป็นภาระต้นทุนที่หนักเกินไป กฎหมายจึงเปิดช่องทางผ่อนปรนและมีโซลูชันที่ประหยัดงบให้เลือกดังนี้:

              ┌─────────────────────────────────────────┐
              │      Solutions for Small Fleets         │
              └────────────────────┬────────────────────┘
                                   │
      ┌────────────────────────────┼────────────────────────────┐
      ▼                            ▼                            ▼
[ Option 1: ส่งพนักงานเดิมไปอบรม ] [ Option 2: ให้ จป. ขึ้นทะเบียน ] [ Option 3: จ้าง Outsource TSM ]
• ให้ จอด./หัวหน้าช่าง/เจ้าของ ไปเรียน  • จป.วิชาชีพ อบรมเทียบโอน 6 ชม.  • จ้างบริษัทภายนอกดูแลรายเดือน
• ค่าอบรมหลักพัน จบแล้วเป็น TSM ได้ทันที • ประหยัดงบ ไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม   • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากยุ่งยากงานเอกสาร

Option 1: ส่งเจ้าของ, ผู้จัดการ หรือหัวหน้างานไปอบรม TSM (คุ้มที่สุด)

กรมการขนส่งทางบกไม่ได้บังคับว่า TSM ต้องเป็นคนที่จบการศึกษาตรงสายเท่านั้น!

  • เจ้าของบริษัท, ผู้จัดการฝูงรถ (Fleet Manager) หรือหัวหน้าช่าง สามารถเข้าร่วม อบรมหลักสูตร TSM (ระยะเวลาอบรม 18 ชั่วโมง) กับหน่วยงานที่กรมฯ รับรอง

  • เมื่อสอบผ่าน จะได้รับหนังสือรับรองเพื่อนำไปขึ้นทะเบียนเป็น TSM ประจำบริษัทตนเองได้ทันที

  • ต้นทุน: เสียเฉพาะค่าสมัครอบรมหลักพันบาทเพียงครั้งเดียว แต่ประหยัดค่าจ้างพนักงานใหม่ได้ตลอดไป

Option 2: หากบริษัทมี “จป.วิชาชีพ” อยู่แล้ว ให้ใช้สิทธิเทียบโอน

หากบริษัทของคุณมี เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ตามกฎหมายกระทรวงแรงงานอยู่แล้ว:

  • จป.วิชาชีพ สามารถเข้า อบรมหลักสูตรเทียบโอน TSM (ใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง)

  • เมื่อผ่านการอบรม สามารถขึ้นทะเบียนทำหน้าที่เป็น TSM ควบคู่ไปกับตำแหน่ง จป.วิชาชีพ ได้ทันทีโดยไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม

Option 3: จ้างบริการ TSM Outsource (จ้างเหมาภายนอก)

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ต้องการเสียเวลาทำเอกสารเอง หรือไม่มีบุคลากรภายในพร้อมไปอบรม กฎหมายอนุญาตให้ “จ้างบุคคลภายนอกหรือบริษัทนิติบุคคลที่รับทำหน้าที่ TSM” เข้ามาดูแลระบบได้

  • ค่าบริการ Outsource สำหรับ fleet รถขนาดเล็ก (ไม่ถึง 10 คัน) จะถูกกว่าการจ้าง TSM ประจำอย่างมหาศาล

  • ทีม Outsource จะเข้ามาช่วยจัดทำแผนความปลอดภัย, ตรวจเช็กลิสต์รถ, เซ็นรับรองเอกสาร และดูแลเรื่องระบบเสนอต่อกรมการขนส่งทางบกให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ตารางสรุป: เปรียบเทียบทางเลือกการจัดตั้ง TSM สำหรับ fleet ขนาดเล็ก

ทางเลือกค่าใช้จ่ายความยุ่งยากเหมาะสำหรับใคร?
ส่งคนในองค์กรไปอบรม TSMค่าอบรมหลักพัน (จ่ายครั้งเดียว)ปานกลาง (ต้องทำเอกสารเอง)บริษัทที่ต้องการประหยัดต้นทุนระยะยาว
ใช้ จป.วิชาชีพ อบรมเทียบโอนค่าอบรมเทียบโอนต่ำมากต่ำ (มีพื้นฐานงานความปลอดภัยอยู่แล้ว)บริษัทที่มี จป.วิชาชีพ ประจำอยู่อยู่แล้ว
จ้างบริการ TSM Outsourceค่าบริการรายเดือน/รายปีต่ำมาก (มีคนจัดการเอกสารให้)บริษัทไม่มีเวลาทำเอกสาร/ไม่อยากปวดหัว
จ้าง TSM ประจำ (Full-time)เงินเดือนประจำทุกเดือน (สูง)ต่ำ (มีคนดูแลหน้างานตลอด)ไม่แนะนำสำหรับ fleet รถขนาดต่ำกว่า 10 คัน

บทสรุป

คำถามที่ว่า “รถไม่ถึง 10 คัน ต้องมี TSM ไหม?” คำตอบชัดเจนว่า “ต้องมี” หากประเภทใบอนุญาตประกอบการของคุณเข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนด

อย่าเสี่ยงทำเฉยหรือรอให้โดนปรับสูงสุด 50,000 บาท รวมถึงความเสี่ยงที่จะต่ออายุใบอนุญาตประกอบการไม่ได้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กคือ “การส่งพนักงานที่มีอยู่แล้วไปอบรม TSM (18 ชม.)” หรือ “การใช้บริการ TSM Outsource” ซึ่งใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและความคุ้มครองทางกฎหมายที่บริษัทจะได้รับครับ

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน