"TSM กับ จป.วิชาชีพ ต่างกันอย่างไร? คนเดียวรับ 2 ควบสองตำแหน่งได้ไหม?": เจาะลึกบทบาท ข้อกฎหมาย และทางรอดลดต้นทุนองค์กร

“TSM กับ จป.วิชาชีพ ต่างกันอย่างไร? คนเดียวรับ 2 ควบสองตำแหน่งได้ไหม?”: เจาะลึกบทบาท ข้อกฎหมาย และทางรอดลดต้นทุนองค์กร

“TSM กับ จป.วิชาชีพ ต่างกันอย่างไร? คนเดียวรับ 2 ควบสองตำแหน่งได้ไหม?”: เจาะลึกบทบาท ข้อกฎหมาย และทางรอดลดต้นทุนองค์กร

ในวงการอุตสาหกรรม ขนส่ง และการจัดการความปลอดภัย คำถามที่สร้างความสับสนให้กับฝ่ายบริหาร (HR) และผู้ประกอบการมากที่สุดคำถามหนึ่งคือ “บริษัทเรามี จป.วิชาชีพ (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ) อยู่แล้ว ทำไมยังต้องมี TSM (Transport Safety Manager) อีก?”

หลายองค์กรเข้าใจผิดว่างานความปลอดภัยก็คืองานความปลอดภัยเหมือนกัน จนอาจทำให้เกิดการละเลยข้อกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก หรือในทางกลับกัน บางบริษัทกลับซ้ำซ้อนด้วยการจ้างบุคลากรเพิ่มโดยไม่จำเป็น

บทความนี้จะเจาะลึกความแตกต่างระหว่าง TSM และ จป.วิชาชีพ รวมถึงคำตอบทางกฎหมายว่า “คนๆ เดียวสามารถแต่งตั้งให้ควบ 2 ตำแหน่งได้หรือไม่?” เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปวางโครงสร้างองค์กรได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุดครับ

1. ความแตกต่างพื้นฐาน: TSM VS จป.วิชาชีพ

แม้ว่าทั้งสองตำแหน่งจะทำหน้าที่ “ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน” เหมือนกัน แต่ขอบเขตอำนาจ หน่วยงานที่กำกับดูแล และกรอบการทำงานมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

[ จป.วิชาชีพ (OHS Officer) ] ──► กำกับโดย "กระทรวงแรงงาน" (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
  • ขอบเขต: เน้นพื้นที่ "ภายในสถานประกอบการ / โรงงาน / คลังสินค้า"
  • โฟกัส: สภาพแวดล้อมการทำงาน, เครื่องจักร, สารเคมี, อุปกรณ์ PPE, โรคจากการทำงาน

[ TSM (Transport Safety Manager) ] ──► กำกับโดย "กระทรวงคมนาคม" (กรมการขนส่งทางบก)
  • ขอบเขต: เน้นพื้นที่ "นอกสถานประกอบการ / บนท้องถนน / การเดินทางขนส่ง"
  • โฟกัส: ความพร้อมของ พขร., สภาพรถ (Preventive Maintenance), GPS, การยึดกุมสินค้า, แผนเหตุฉุกเฉินบนถนน

1) จป.วิชาชีพ (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ)

  • กฎหมายบังคับ: พ.ร.บ. ความปลอดภัย โดนอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

  • เป้าหมายหลัก: ดูแลให้ลูกจ้าง พนักงานในโรงงาน หรือคลังสินค้า ทำงานได้อย่างปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุจากการทำงานและโรคเกี่ยวเนื่องจากอาชีพ

  • เน้นงาน: การประเมินความเสี่ยงพื้นที่ทำงาน (JSA/Risk Assessment), ตรวจวัดแสง เสียง ความร้อน, การควบคุมการทำงานบนที่สูง/พื้นที่อับอากาศ, การปฐมพยาบาล และระบบดับเพลิงในอาคาร

2) TSM (บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง)

  • กฎหมายบังคับ: พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องการจัดทำแผนความปลอดภัยในการขนส่ง)

  • เป้าหมายหลัก: ควบคุมและบริหารจัดการความปลอดภัย “ของการขนส่งทางถนน” เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์

  • เน้นงาน: การตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ (แอลกอฮอล์, สารเสพติด, ชั่วโมงการนอน), การตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง (Daily Inspection/Checklist), การติดตามพฤติกรรมผ่านระบบ GPS และการจัดการคดี/เหตุฉุกเฉินเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

2. ตารางเปรียบเทียบเชิงลึก: TSM VS จป.วิชาชีพ

หัวข้อการเปรียบเทียบจป.วิชาชีพ (OHS Officer)TSM (Transport Safety Manager)
กระทรวงที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงานกระทรวงคมนาคม
พื้นที่รับผิดชอบหลักภายในโรงงาน, อาคาร, คลังสินค้า (In-plant)บนท้องถนน, การเคลื่อนย้าย, ตัวรถ (On-road)
คุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งจบปริญญาตรี สาขาความปลอดภัยฯ (สป.บ.) หรือสอบยกระดับตามเกณฑ์แรงงานผ่านการอบรมและสอบผ่านหลักสูตร TSM จากหน่วยงานที่กรมการขนส่งฯ รับรอง
วัตถุชิ้นงานที่ต้องตรวจเครื่องจักร, นั่งร้าน, ระบบไฟฟ้า, สารเคมี, อาคารรถบรรทุก, รถตู้, รถบัส, ล้อยาง, ระบบเบรก, สายรัดสินค้า
การตรวจวัดตัวบุคคลตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง, การใช้อุปกรณ์ PPEตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์, สารเสพติด, ตรวจชั่วโมงการขับขี่ (ชั่วโมงพักผ่อน)
ระบบเทคโนโลยีที่ใช้CCTV ในอาคาร, เครื่องวัดแสง/เสียง/ฝุ่นระบบติดตามตำแหน่งดาวเทียม (GPS Tracking), กล้อง Dashcam

3. คำถามยอดฮิต: “คนเดียว ควบ 2 ตำแหน่ง (จป.วิชาชีพ + TSM) ได้ไหม?”

คำตอบคือ: “ทำได้ 100% และกฎหมายสนับสนุนอย่างเต็มที่!”

กรมการขนส่งทางบกและกระทรวงคมนาคมเข้าใจถึงภาระต้นทุนของผู้ประกอบการดี จึงเปิดช่องทางพิเศษให้ จป.วิชาชีพ สามารถขึ้นทะเบียนทำหน้าที่เป็น TSM ควบคู่กันได้ โดยมีสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขดังนี้:

              ┌─────────────────────────────────────────┐
              │  เงื่อนไขการแต่งตั้ง จป.วิชาชีพ ควบ TSM │
              └────────────────────┬────────────────────┘
                                   │
      ┌────────────────────────────┴────────────────────────────┐
      ▼                                                         ▼
[ สิทธิพิเศษเรื่องการอบรม (เทียบโอน) ]             [ สิ่งที่ต้องระวังในการทำงานจริง ]
• ไม่ต้องเรียนหลักสูตรเต็ม 18 ชั่วโมง              • ต้องมีเวลาบริหารจัดการงานทั้ง 2 ส่วน
• เรียนเพียง "หลักสูตรเทียบโอน TSM (6 ชม.)"       • เอกสารฝั่งแรงงาน และ ขนส่ง ต้องแยกหมวดหมู่ชัดเจน
• สอบผ่าน รับใบรับรองขึ้นทะเบียน TSM ได้ทันที     • เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ต้องรายงานต่อทั้ง 2 หน่วยงาน

1) สิทธิพิเศษ: จป.วิชาชีพ อบรมหลักสูตรเทียบโอนเพียง 6 ชั่วโมง!

หากบุคคลนั้นเป็น จป.วิชาชีพ ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอยู่แล้ว ไม่ต้องไปลงเรียนหลักสูตร TSM แบบเต็ม 18 ชั่วโมง เหมือนบุคคลทั่วไป!

  • สามารถลงทะเบียน “หลักสูตรเทียบโอนสำหรับ จป.วิชาชีพ” (ใช้เวลาอบรมเพียง 1 วัน / 6 ชั่วโมง)

  • เนื้อหาจะเจาะลึกเฉพาะข้อกฎหมายขนส่งทางบก และระบบบริหารจัดการ fleet รถ

  • เมื่อสอบผ่าน สามารถนำหนังสือรับรองไปยื่นขึ้นทะเบียนเป็น TSM ประจำบริษัทในระบบของกรมการขนส่งทางบกได้ทันที

2) ข้อดีของการให้ จป.วิชาชีพ ควบตำแหน่ง TSM

  1. ประหยัดต้นทุนองค์กรอย่างมหาศาล: บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินเดือนจ้างบุคลากรระดับผู้จัดการเพิ่มอีก 1 อัตรา

  2. การทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ: จป.วิชาชีพ ที่ดูแลความปลอดภัยในคลังสินค้าอยู่แล้ว เมื่อเข้าใจงาน TSM จะสามารถคุมความปลอดภัยตั้งแต่ “ขั้นตอนการขึ้นสินค้าบนตู้รถ (Loading/Lashing) ไปจนถึงขั้นตอนการขับขี่ส่งมอบบนท้องถนน (Transport)” ได้แบบ End-to-End

  3. ลดความยุ่งยากในการประสานงาน: การมีผู้รับผิดชอบระบบความปลอดภัยเป็นศูนย์รวมคนเดียว ช่วยให้การจัดทำแผนความเสี่ยงและการรายงานบริหารจัดการทำได้รวดเร็วขึ้น

4. ข้อควรระวังเมื่อคนเดียวต้องรับบทบาท “ควบสองหมวก”

แม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้แต่งตั้งควบตำแหน่งได้ แต่ในทางปฏิบัติจริง ผู้ที่รับตำแหน่ง จป.วิชาชีพ + TSM ต้องระมัดระวังประเด็นต่อไปนี้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเมื่อมีนายตรวจเข้ามาตรวจประเมิน:

  1. การจัดเก็บเอกสารต้องแยกหมวดหมู่ชัดเจน:

    • เอกสารฝั่ง กระทรวงแรงงาน (จป.) เช่น รายงาน คป.อ., บันทึกการซ้อมหนีไฟ, ผลตรวจวัดสภาพแวดล้อม

    • เอกสารฝั่ง กระทรวงคมนาคม (TSM) เช่น ใบตรวจเช็กรถประจำวัน (Daily Checklist), รายงานความเร็ว GPS, ผลตรวจแอลกอฮอล์ พขร., สมุดบันทึกการซ่อมบำรุงรถ

  2. การรายงานอุบัติเหตุเมื่อเกิดเหตุบนท้องถนน:

    • หากรถบริษัทไปเกิดอุบัติเหตุบนถนนขณะขนส่งสินค้า ในฐานะ TSM ต้องทำรายงานแจ้งกรมการขนส่งทางบก

    • แต่หากอุบัติเหตุนั้นทำให้ พนักงานขับรถบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในฐานะ จป.วิชาชีพ ก็ต้องทำเรื่องรายงานอุบัติเหตุจากการทำงานส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และประกันสังคมด้วยเช่นกัน

บทสรุป

TSM และ จป.วิชาชีพ ไม่ใช่ตำแหน่งที่มาทดแทนกัน แต่เป็นตำแหน่งที่ “ส่งเสริมซึ่งกันและกัน” โดย จป.วิชาชีพ ทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยภายในรั้วโรงงาน/สถานประกอบการ ขณะที่ TSM ทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยภายนอกรั้วบนท้องถนน

สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง การส่ง จป.วิชาชีพ ที่มีอยู่แล้วในบริษัท เข้าไปอบรมหลักสูตรเทียบโอน TSM (6 ชั่วโมง) ถือเป็น ทางเลือกที่ฉลาด สมเหตุสมผล และคุ้มค่าที่สุด เพราะนอกจากจะปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง 100% แล้ว ยังช่วยให้ระบบการจัดการความปลอดภัยขององค์กรครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างแท้จริงครับ

ศูนย์ฝึกอบรมเทรนนิ่งเซนเตอร์ Training Center (TZ)

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน