เมื่อกรมการขนส่งทางบกเริ่มออกกฎหมายบังคับให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องแต่งตั้ง บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager: TSM) คำถามที่ถูกพุ่งเป้ามาจากฝ่ายบริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดคำถามหนึ่งคือ:
“บริษัทเราก็มี ‘จป.วิชาชีพ’ (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ) คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว ทำไมยังต้องแต่งตั้ง TSM เพิ่มขึ้นมาอีก? หน้าที่มันทับซ้อนกันหรือเปล่า? เป็นการสิ้นเปลืองซ้ำซ้อนไหม?”
หากมองผิวเผิน ทั้งสองตำแหน่งดูเหมือนจะทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ ทั้งสองตำแหน่งมีขอบเขตงาน จุดโฟกัส และพื้นที่ความรับผิดชอบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกการเปรียบเทียบแบบช็อตต่อช็อต เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมโรงงานยุคใหม่ถึงจำเป็นต้องมีทั้งสองตำแหน่งนี้คู่กันครับ
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง จป.วิชาชีพ และ TSM คือ “เส้นแบ่งพื้นที่การทำงาน”
┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ BOUNDARY OF RESPONSIBILITIES │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 🏢 ภายในรั้วสถานประกอบการ (Inside Factory Fence) │
│ ──► พื้นที่รับผิดชอบหลักของ "จป.วิชาชีพ" │
│ ──► คุมไลน์ผลิต, คลังสินค้า, เครื่องจักร, อัคคีภัย, สุขภาพพนักงาน │
│ │
│ 🚚 นอกรั้วสถานประกอบการ / บนท้องถนน (Outside Factory Fence / On the Road) │
│ ──► พื้นที่รับผิดชอบหลักของ "TSM" │
│ ## ──► คุมรถบรรทุก, พนักงานขับรถ, การบรรทุกสินค้า, เส้นทางเดินรถ │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
จป.วิชาชีพ (Safety Officer): โฟกัสความปลอดภัย “ภายในรั้วโรงงาน/สถานประกอบการ” คอยดูแลไม่ให้พนักงานบาดเจ็บจากเครื่องจักร สารเคมี การตกจากที่สูง อัคคีภัย หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน
TSM (Transport Safety Manager): โฟกัสความปลอดภัย “นอกรั้วโรงงาน / บนท้องถนน” คอยดูแลระบบการขนส่ง ตั้งแต่ความพร้อมของพนักงานขับรถ ความสมบูรณ์ของตัวรถ การบรรทุกสินค้าไม่ให้ตกหล่นหรือน้ำหนักเกิน และการติดตามการเดินรถผ่านระบบ GPS
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม ลองมาดูการเปรียบเทียบในแต่ละมิติสำคัญดังนี้:
| ประเด็นเปรียบเทียบ | จป.วิชาชีพ (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ) | TSM (บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง) |
| กฎหมายรองรับ | พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (กระทรวงแรงงาน) | พ.ร.บ. การขนส่งทางบก (กระทรวงคมนาคม / กรมการขนส่งทางบก) |
| เป้าหมายสูงสุด | ป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานประกอบการ (Zero Accident in Workplace) | ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากการขนส่ง (Zero Road Accident) |
| วัตถุสิ่งของที่กำกับดูแล | เครื่องจักร, อาคารสถานที่, สารเคมี, อุปกรณ์ PPE | ยานพาหนะ, รถบรรทุก, อุปกรณ์ยึดตรึงสินค้า, ระบบ GPS |
| การจัดการเกี่ยวกับ “คน” | พนักงานฝ่ายผลิต, ช่างซ่อมบำรุง, พนักงานทั่วไป | พนักงานขับรถ (Driver), พนักงานติดรถ, ติดตามอาการง่วง/เมา |
| การใช้เทคโนโลยี | ตรวจสอบระบบดักจับฝุ่น, ระบบระบายอากาศ, ตรวจวัดเสียง | ติดตาม GPS Real-time, ตรวจวัดความเร็ว, ตรวจวัดแอลกอฮอล์ |
| หน่วยงานเข้าตรวจ | พนักงานตรวจความปลอดภัย (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) | นายทะเบียน / นายช่างตรวจสภาพ (กรมการขนส่งทางบก) |
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม หรือบริษัทที่มีการขนส่งสินค้าของตนเอง การมีเพียงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง อาจทำให้เกิด “ช่องว่างความเสี่ยง (Safety Gap)” ขึ้นได้:
ขณะที่รถบรรทุกจอดถอยเข้าซองขึ้นสินค้า จป.วิชาชีพ จะคอยดูแลความปลอดภัยของพนักงานยกสินค้า สภาพของรถโฟล์คลิฟท์ และความแข็งแรงของโครงสร้าง แต่เมื่อสินค้าถูกยกขึ้นไปบนท้ายรถบรรทุกและเตรียมเคลื่อนตัวออก TSM จะเข้ามาสวมรอยต่อในการเช็กว่า สินค้าถูกกระจายน้ำหนักสมดุลหรือไม่ มีการผูกรัดสายรัด (Lashing) แน่นหนาตามมาตรฐานหรือไม่
ทันทีที่รถบรรทุกแล่นพ้นประตูโรงงานไปบนถนนสาธารณะ ขอบเขตการคุ้มครองตามกฎหมายกระทรวงแรงงานของ จป.วิชาชีพ จะเริ่มจำกัด แต่จะเป็นพื้นที่ทำงานหลักของ TSM ทันทีในการมอนิเตอร์ความเร็วผ่าน GPS ติดตามชั่วโมงการขับขี่ไม่ให้เกินกฎหมายกำหนด และคอยรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางถนน
หากโรงงานมีเฉพาะ จป.วิชาชีพ เมื่อกรมการขนส่งทางบกเข้าตรวจประเมินคลังสินค้า/โลจิสติกส์ โรงงานจะขาดเอกสารรายงานด้าน TSM และเสี่ยงต่อโทษปรับ หรือไม่ได้รับอนุญาตให้เพิ่มจำนวนยานพาหนะ ในทางกลับกัน หากมีเฉพาะ TSM ก็จะไม่สามารถตอบโจทย์กฎหมายของกระทรวงแรงงานได้
คำตอบคือ “ทำได้ครับ!” ในทางกฎหมาย ทั้งกระทรวงแรงงานและกระทรวงคมนาคม ไม่อนุมัติให้ปฏิเสธการควบตำแหน่ง หากบุคคลนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ทั้งสองกฎหมายกำหนด
┌──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┐
│ DUAL-ROLE QUALIFICATION (จป. + TSM) │
├──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┤
│ 1. วุฒิการศึกษา ──► จบปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (จป.วิชาชีพ) │
│ 2. เข้ารับการอบรม ──► ผ่านการอบรมหลักสูตร TSM 18 ชั่วโมง │
│ 3. สอบและขึ้นทะเบียน ──► สอบผ่านเกณฑ์ TSM และขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก│
│ │
│ 🟢 ผลลัพธ์: สามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นทั้ง จป.วิชาชีพ และ TSM ในบริษัทเดียวกันได้ │
└──────────────────────────────────────────────────────────────────────────┘
ข้อแนะนำสำหรับการควบตำแหน่ง:
การให้ จป.วิชาชีพ ไปอบรมเพิ่มเพื่อรับตำแหน่ง TSM ควบคู่กัน เป็นโซลูชันที่ คุ้มค่าและได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับ SME และโรงงานขนาดกลาง เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรแล้ว จป.วิชาชีพ ยังมีพื้นฐานความเข้าใจด้านระบบความปลอดภัยและการจัดทำเอกสารอย่างแม่นยำอยู่แล้ว ทำให้สามารถต่อยอดงาน TSMได้อย่างรวดเร็ว
หน้าที่ของ TSM และ จป.วิชาชีพ ไม่ได้ซ้ำซ้อนกัน แต่เป็นการ “เติมเต็มรอยต่อความปลอดภัย” จากภายในโรงงานออกไปสู่ท้องถนน
จป.วิชาชีพ ช่วยปกป้องชีวิตพนักงานและทรัพย์สินภายในโรงงาน ส่วน TSM ช่วยปกป้องพนักงานขับรถ สินค้า ยานพาหนะ และความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน การมีทั้งสองระบบทำงานประสานกัน จึงเป็นเกราะคุ้มกันที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับองค์กรยุคใหม่ครับ!