หลังจากที่ กรมการขนส่งทางบก ได้ออกข้อบังคับให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องแต่งตั้ง ผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSM) ประจำองค์กรเพื่อควบคุมดูแลความปลอดภัยทางถนน สิ่งหนึ่งที่สร้างความสับสนให้กับทั้งตัวเจ้าของธุรกิจและพนักงานที่จะส่งเข้าสอบมากที่สุดก็คือ “ความต่างระหว่าง TSM ประเภทที่ 1 และ TSM ประเภทที่ 2”
“บริษัทเรามีรถ 10 คันต้องใช้ประเภทไหน?” “ถ้าสอบประเภทที่ 2 จะไปคุมรถวัตถุอันตรายได้ไหม?” วันนี้เราจะมาจำแนกความแตกต่างแบบเคลียร์คัตในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของเงื่อนไขทางกฎหมาย ขอบเขตหน้าที่ และการเตรียมตัวสอบ เพื่อให้องค์กรของคุณเลือกส่งบุคลากรเข้าอบรมได้อย่างถูกต้องและประหยัดงบประมาณที่สุดครับ
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้เรามองที่ “ความเสี่ยงของประเภทรถ” และ “จำนวนกองรถ” เป็นเกณฑ์หลักในการแบ่งแยกครับ:
[กองรถ/วัตถุอันตราย/บัสขนาดใหญ่] ──> ต้องใช้ ──> TSM ประเภทที่ 1 (ความเสี่ยงสูงมาก)
[รถบรรทุกทั่วไป/รถตู้/กองรถขนาดเล็ก] ──> ต้องใช้ ──> TSM ประเภทที่ 2 (ความเสี่ยงมาตรฐาน)
TSM ประเภทที่ 1 (ระดับสูงสุด/เฉพาะทาง): คือ ผู้จัดการความปลอดภัยที่ต้องคุมกองรถที่มีความเสี่ยงภัยสูงมากเป็นพิเศษ เช่น รถบรรทุกวัตถุอันตราย สารเคมี แก๊ส หรือรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก
TSM ประเภทที่ 2 (ระดับมาตรฐาน/ทั่วไป): คือ ผู้จัดการความปลอดภัยที่คุมกองรถบรรทุกสินค้าทั่วไป รถกระบะขนส่งทึบ หรือรถโดยสารขนาดเล็ก (เช่น รถตู้) ที่มีจำนวนกองรถไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
เพื่อความชัดเจนในการนำไปใช้งาน ฝ่ายบุคคล (HR) หรือผู้บริหารสามารถตรวจสอบความแตกต่างในแต่ละมิติได้จากตารางด้านล่างนี้ครับ:
| มิติความแตกต่าง | TSM ประเภทที่ 1 | TSM ประเภทที่ 2 |
| 1. ประเภทรถที่ต้องคุม | • รถบรรทุกวัตถุอันตราย (สารเคมี, น้ำมัน, แก๊ส) • รถโดยสารขนาดใหญ่ (รถบัสสองชั้น, รถทัวร์) | • รถบรรทุกสิ่งของทั่วไป (4 ล้อใหญ่, 6 ล้อ, 10 ล้อ) • รถโดยสารขนาดเล็ก (รถตู้, รถสองแถว) |
| 2. เกณฑ์จำนวนรถ | มีรถบรรทุกวัตถุกรณีพิเศษ หรือรถโดยสาร ตั้งแต่ 1 คันขึ้นไป ต้องใช้ประเภทที่ 1 ทันที | มีรถบรรทุกสิ่งของทั่วไป ตั้งแต่ 1-50 คัน (หากเกิน 50 คัน อาจต้องปรับเกณฑ์ตามกฎหมาย) |
| 3. ขอบเขตความรับผิดชอบ | สูงมากเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนหมู่มาก | สูงตามมาตรฐาน เน้นการวางระบบตรวจสอบสภาพรถและพฤติกรรมคนขับทั่วไป |
| 4. ความยากในการสอบ | ข้อสอบเน้นกฎหมายสากลว่าด้วยวัตถุอันตราย ($ADR$) และการระงับเหตุภัยพิบัติขั้นรุนแรง | ข้อสอบเน้นกฎหมายจราจร พ.ร.บ. ขนส่ง และการจัดการความปลอดภัย 5 ด้านหลัก |
| 5. สิทธิ์ในการคุมกองรถ | สามารถครอบคลุมไปดูแลงานของประเภทที่ 2 ได้ (สอบใหญ่คุมเล็กรวมได้) | ดูแลได้เฉพาะกองรถประเภททั่วไป ไม่สามารถ ไปเซ็นรับรองรถวัตถุอันตรายได้ |
ไม่ว่าองค์กรของคุณจะต้องใช้ TSM ประเภทใด สิ่งที่ผู้จัดการความปลอดภัยทุกคนต้องทำเหมือนกันคือ “การบริหารจัดการความเสี่ยงของคนขับ” โดยเฉพาะในกลุ่มรถฉุกเฉิน รถพยาบาล หรือรถขนส่งสินค้าที่ต้องการความสมูทปลอดภัยสูง:
สะพานเชื่อมมิติความปลอดภัย: TSM หลังบ้านจะมีหน้าที่ตรวจสอบดาต้าจากระบบ GPS Tracking เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง หากพบว่าคนขับเริ่มมีสถิติ ขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ ที่แย่ลง TSM จะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งตัวพนักงานเหล่านั้นเข้ารับการ อบรม EVOC เพื่อปรับทักษะพวงมาลัย หรือหากเป็นพนักงานรุ่นพี่ที่เคยเรียนมาแล้ว TSM ก็ต้องคอยเช็ควงรอบ 3 ปี เพื่อส่งรายชื่อเข้าคอร์ส EVOC ฟื้นฟู ทันที เพื่อประคับประคองให้มาตรฐานเซฟตี้ขององค์กรเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งระบบ
การทำความเข้าใจความต่างระหว่าง TSM ประเภทที่ 1 และ ประเภทที่ 2 จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนโครงสร้างองค์กรได้อย่างถูกต้อง ไม่ส่งคนไปสอบผิดประเภท ซึ่งช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้องค์กรของคุณปฏิบัติตามกฎหมายของ กรมการขนส่งทางบก ได้อย่างถูกต้อง 100% พร้อมเปลี่ยนทุกข้อมูลหลังบ้านให้เป็นเกราะกำบังความสูญเสียบนท้องถนนครับ
ไม่ว่าบริษัทของคุณจะเข้าข่ายต้องใช้ TSM ประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 เลือกส่งบุคลากรเข้าศึกษาและเก็บชั่วโมงกับสถาบันฝึกอบรมแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง ไอดีไดร์ฟ (ID Drive)
เราคือศูนย์ฝึกอบรมอย่างเป็นทางการที่ได้รับรองจาก กรมการขนส่งทางบก โครงสร้างหลักสูตร อบรม TSM ของเราแบ่งแยกเนื้อหาชัดเจน ตรงประเด็นข้อสอบปี 2569 ติวเข้มโดยทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณพร้อมลงสนาม สอบ TSM และผ่านได้ในรอบเดียว นอกจากนี้เรายังมีหลักสูตรปฏิบัติการหน้างาน ทั้งคอร์ส อบรม EVOC และ EVOC ฟื้นฟู ครบครันในสนามฝึกขนาดใหญ่ เพื่อสร้างทักษะ ขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ ให้ทีมงานของคุณครบวงจรแบบ One-Stop Service