TSM Insights: การบริหารจัดการ "พฤติกรรมความเสี่ยงสูง" ของผู้ขับขี่ (High-Risk Driving Behavior Management)

TSM Insights: การบริหารจัดการ “พฤติกรรมความเสี่ยงสูง” ของผู้ขับขี่ (High-Risk Driving Behavior Management)

ในระบบ TSM (Transport Safety Management) หัวใจหลักของการลดอุบัติเหตุคือการจัดการกับ พฤติกรรมความเสี่ยงสูง (High-Risk Behaviors) ของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นสาเหตุมากกว่า 80% ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น . TSM มุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการ “ลงโทษ” ไปสู่การ “แก้ไข” พฤติกรรมอย่างมีเป้าหมายและยั่งยืน

1. 🔍 การระบุและวัดผลพฤติกรรมความเสี่ยงสูง (Identification and Measurement)

ก่อนที่จะแก้ไขพฤติกรรมใด ๆ องค์กรต้องสามารถระบุและวัดผลได้อย่างแม่นยำ:

  • การใช้เทคโนโลยี Telematics: ระบบ Telematics (GPS Tracking, Onboard Diagnostics) ถูกใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรม เช่น:

    • ความเร็วเกินกำหนด: การขับขี่ด้วยความเร็วที่ไม่เหมาะสมกับสภาพถนนหรือเกินขีดจำกัด

    • การเบรก/เร่งกะทันหัน: สัญญาณของการขาดการคาดการณ์อันตรายล่วงหน้า (Lack of SIPDE/DDC)

    • การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง: ความเสี่ยงของการสูญเสียการควบคุมและการพลิกคว่ำ

  • การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล (Individual Risk Profiling): จัดทำโปรไฟล์ความเสี่ยงของผู้ขับขี่แต่ละคน โดยอ้างอิงจากความถี่และความรุนแรงของพฤติกรรมที่บันทึกได้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการฝึกอบรม

2. 🧠 กลยุทธ์การแก้ไขเชิงพฤติกรรม (Remedial Behavioral Strategy)

TSM ไม่สนับสนุนการไล่ออกทันที แต่เน้นการสร้างโอกาสในการปรับปรุงพฤติกรรม:

  • การฝึกอบรมแบบเจาะจงเป้าหมาย (Targeted Training): จัดหลักสูตรฝึกอบรมแบบตัวต่อตัว (Coaching) หรือกลุ่มย่อยสำหรับผู้ขับขี่ที่มีปัญหาเฉพาะด้าน . เช่น ผู้ที่มีปัญหาเบรกกะทันหันบ่อย จะได้รับการทบทวนเทคนิคการ Scan/SIPDE และการเว้นระยะปลอดภัย

  • การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะทันที (Immediate Feedback): ใช้ระบบ In-Cab Coaching หรือการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ (Real-Time Alerts) เมื่อเกิดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและแก้ไขพฤติกรรมได้ทันทีในขณะขับขี่

3. 🛡️ การจัดการความเหนื่อยล้าและสิ่งรบกวน (Fatigue and Distraction Management)

ความเหนื่อยล้าและการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสองพฤติกรรมความเสี่ยงสูงที่ต้องจัดการอย่างเข้มงวด:

  • ระบบกล้องในห้องโดยสาร (In-Cab Cameras/AI Monitoring): ติดตั้งเทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับสัญญาณความเหนื่อยล้า (เช่น การหาว, การหลับตา) และการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่

  • นโยบาย Zero Tolerance: กำหนดนโยบายที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษรว่าด้วยการขับรถในขณะมึนเมาหรือเหนื่อยล้า และการใช้โทรศัพท์มือถือ พร้อมมาตรการบังคับใช้ที่โปร่งใส

4. 📈 การสร้างแรงจูงใจเชิงบวก (Positive Reinforcement)

การให้รางวัลแก่ผู้ที่มีพฤติกรรมดีมีความสำคัญไม่แพ้การจัดการผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง:

  • โปรแกรม Driver Recognition: มอบรางวัลหรือประกาศเกียรติคุณแก่ ID Driver (Informed and Disciplined Driver) ที่มีคะแนนความปลอดภัยสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ผู้อื่นทำตาม

  • การเงินและสวัสดิการ: ผูกโยงผลการขับขี่ที่ปลอดภัยเข้ากับโบนัสหรือสวัสดิการพิเศษ เพื่อให้ความปลอดภัยกลายเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่ชัดเจน

5. 🔄 การทบทวนและปรับปรุงขั้นตอน (Review and Continuous Improvement)

การจัดการพฤติกรรมความเสี่ยงสูงไม่ใช่แค่การฝึกอบรมครั้งเดียว แต่เป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง:

  • การวิเคราะห์ข้อมูลรายเดือน: จัดประชุมทบทวนข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่เป็นประจำทุกเดือน เพื่อประเมินผลของมาตรการแก้ไขที่นำมาใช้ และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หากพฤติกรรมเสี่ยงยังคงอยู่

  • การเชื่อมโยงกับ RCA: หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ต้องใช้ Root Cause Analysis (RCA) เพื่อระบุว่าพฤติกรรมความเสี่ยงสูงใดบ้างที่เป็นปัจจัยนำไปสู่อุบัติเหตุนั้น และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรม DDC ในอนาคต

การบริหารจัดการพฤติกรรมความเสี่ยงสูงอย่างเป็นระบบตามแนวทาง TSM ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในวัฒนธรรมความปลอดภัยขององค์กร และลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Line: @tzct
โทร: 094-395-5222
Facebook: TSM Center

เพิ่มเพื่อน